ปาโบล ออสวัลโด้ : จอมแสบของเพื่อนร่วมทีม และชีวิตสไตล์ Rock & Roll

นักเตะอาชีพที่ได้ค้าแข้งกับทีมดัง ๆ ในยุโรป ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลเพียงหยิบมือที่ประสบความสำเร็จ มีผู้คนมากมายที่อยากไปอยู่จุดนั้นที่ทำให้ได้มาซึ่งเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ … และสิ่งเหล่านี้หลายคนเชื่อว่ามันคือที่สุดของความหอมหวาน หากได้ลองลิ้มชิมรสก็ยากที่จะยอมปล่อยมือจากมันได้

แต่นั่นไม่ใช่กับ ปาโบล ออสวัลโด้ นักเตะทีมชาติอิตาลี ที่พยายามทุ่มสุดตัวเพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุด แต่ในวันที่เขาคว้ามันมาได้ เขากลับเลือกจะทิ้งมันไปด้วยเหตุผลง่าย ๆ แค่ว่า 

“คนไม่เข้าใจก็หาว่าผมบ้า ผมก็แค่อยากเล่นกีตาร์และเมาไปวัน ๆ” … ติดตามเรื่องราวของชายผู้เคยงัดกับ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ, ต่อย เอริค ลาเมล่า, ไล่ยิงแฟนบอล, เอาหัวโขกหน้ากัปตันทีม, ทำลายห้องแต่งตัวจนพังพินาศ ได้ที่นี่กับ Main Stand

ปล่อยชีวิตไปกับสายลม 

เรื่องราววัยเด็กของ ปาโบล “ดานี่” ออสวัลโด้ ไม่แตกต่างอะไรจากนักเตะระดับแถวหน้าของโลกคนอื่น ๆ นัก เขาเกิดที่เมืองลานุส ประเทศอาร์เจนตินา เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็กและตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้มันเป็นอาชีพให้ได้ ตัวเขาเองไม่ได้หวังไกลไปถึงระดับได้เป็นนักเตะระดับโลกหรือไปเล่นในทีมระดับท็อปของยุโรปตั้งแต่แรก ฝันของเขานั้นเรียบง่ายคือแค่อยากจะเล่นให้กับ โบคา จูเนียร์ส ทีมดังของประเทศ ซึ่งเรื่องนี้เขามาเผยความเอาเมื่อตอนใกล้จะเลิกเล่น … เพียงแต่ว่าฝีเท้าและโชคชะตาได้พาเขาไปไกลยิ่งกว่าที่ตัวเองคาดหวังไว้ 

บังเอิญว่า ออสวัลโด้ ดันมีพรสวรรค์และพัฒนาอย่างรวดเร็ว เขาเล่นระดับอาชีพในบ้านเกิดกับ อูรากัน ได้เพียงปีเดียวก็ได้ย้ายมาค้าแข้งในอิตาลีกับ อตาลันตา โดยการย้ายทีมของเขาก็ง่ายดายเกินคาด เพราะเขาไม่ต้องกังวลเรื่องเวิร์กเพอร์มิต หรือใบอนุญาตทำงานในอิตาลีเลยแม้แต่น้อยต่อให้เขาไม่เคยติดทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ก็ตาม เนื่องจากปู่ทวดของเขามีเชื้อสายอิตาเลียนที่อพยพไปตั้งรกรากที่อาร์เจนตินา ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้สัญชาติอิตาลี และลงเล่นให้กับอตาลันตาในทันที 

อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ข้างต้น ออสวัลโด้ ไม่ใช่คนที่วางแผนชีวิตยาว ๆ มีเป้าหมายใหญ่ ๆ เหมือนกับนักเตะอีกหลายคน แต่เมื่อโชคชะตาได้นำพา เขาก็มีหน้าที่ต้องด้นสดรับบทบาทนั้นไป แม้เขาจะไม่ค่อยชอบเส้นทางนี้มากนัก

“ผมจำได้ดี ผมไปถึงแบร์กาโมตอนที่อายุ 20 ปี ตอนนั้นอยู่ในช่วงวันที่ 12 เดือนมกราคม อากาศกำลังหนาวสุด ๆ หิมะตกแทบไม่หยุด โรงแรมที่พักของผมอยู่ห่างไกลผู้คน ผมเปิดประตูห้องและร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว … ผมรู้แน่ว่าหลังจากนี้มันจะต้องเป็นเรื่องยากสำหรับผมแน่นอน” 

“ไม่มีคนอาร์เจนตินาสักคน และผมอยู่ไกลบ้านที่สุดในชีวิต พอต้องซ้อมกับทีมผมก็เข้ากับใครไม่ได้เลยสักคน เพื่อน ๆ เขาจับกลุ่มคุยกันหัวเราะข้ามหัวผมไปมาด้วยภาษาที่ผมไม่เข้าใจ ผมรู้สึกหวาดระแวงและรู้สึกไปเองว่าพวกเขากำลังหัวเราะเยาะผม” 

“แต่ชีวิตคนเราก็แบบนี้ ตัดสินใจแล้วก็ต้องไปต่อ ผมก็ค่อย ๆ พยายามปรับตัวเข้าหาคนอื่น แล้วมันก็เริ่มดีขึ้น” ออสวัลโด้ ให้สัมภาษณ์ย้อนกลับไปในวันที่เขามายุโรปครั้งแรก 

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ออสวัลโด้ ทำหน้าที่ของเขาได้ดี อตาลันตาที่ไม่ได้ใช้งานเขามากนักส่งตัวเขาไปให้กับ เลชเช่ ทีมร่วม เซเรีย บี ณ เวลานั้นที่ซื้อสิทธิ์ในตัวเขาคนละครึ่ง ก่อนจะได้ลงเล่นมากขึ้นจนไปเข้าตาทีมใหญ่อย่าง ฟิออเรนติน่า และย้ายไปอยู่กับ โบโลญญ่า ตามลำดับ แต่ออสวัลโด้ก็เล่าว่าตอนนั้นเขาไม่ได้มีความสุขสักเท่าไร

“นับวันฟุตบอลก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความชอบสมัยเป็นเด็กมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนผมเล่นกับเพื่อน ๆ แถวบ้านเราสนุกกันอย่างกับว่าเราเล่นนัดชิงฟุตบอลโลก ผมพยายามทำให้มันสนุกกับเหมือนกับตอนเป็นเด็กอีกครั้ง แต่ที่อิตาลีมันไม่เป็นแบบนั้นเลย คุณถูกคาดหวังและวิจารณ์เยอะ ต้องเป็นแบบโน้นต้องเป็นแบบนี้ มันหนีไม่พ้นหรอกนอกจากคุณจะยิงได้ 15 ประตูใน 3 เกม” ออสวัลโด้ กล่าว  

ปัญหาคือตอนนั้นแม้จะได้โอกาสลงเล่นในเซเรีย อา แต่ ออสวัลโด้ ก็เล่นไม่ออกเลยทั้งกับ ฟิออเรนติน่า และ โบโลญญ่า 3 ซีซั่นกับ 2 ทีมดังกล่าว ออสวัลโด้ ยิงได้แค่ 8 ลูก และนั่นทำให้เขาถูกแฟนบอลวิจารณ์ ซึ่งเขายอมรับว่ามันเป็นเรื่องกวนใจเขาที่สุด ณ เวลานั้น 

ในตอนที่เล่นกับ ฟิออเรนติน่า แฟนบอลกลุ่มฮาร์ดคอร์ของทีมไม่ชอบในความไม่ทุ่มเทของเขา และนำเขาไปเปรียบกับดาวยิงอาร์เจนไตน์ตำนานสโมสรอย่าง กาเบรียล บาติสตูตา ซึ่ง ออสวัลโด้ ก็โดนตามด่าทั้งในสนามซ้อมทั้งในสนามแข่ง แต่บังเอิญว่าเขาเป็นคนที่ไม่ชอบโดนฝ่ายเดียว มีเกม ๆ หนึ่งที่เขายิงประตูได้ในเกมเหย้าต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง ออสวัลโด้ฉลองประตูด้วยท่ายิงปืนกลแบบที่บาติสตูตาทำ เพียงแต่เขาหันปากกระบอกปืนใส่ฝั่งแฟนบอลของตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้แฟนบอลเกือบจะลงมามีเรื่องกับเขาในสนาม และมันก็ทำให้เขาโดนใบเหลืองในจังหวะนั้น ข้อหาสร้างความวุ่นวายในสนามอีกด้วย 

“แฟนบอลจ่ายค่าตั๋ว พวกเขามีสิทธิ์ไล่ด่าผมหรือไม่ ? แน่นอน พวกเขามีสิทธิ์ แต่พวกเขาก็ไม่ควรทำอะไรที่มันมากเกินไป ผมกลายเป็นเป้า แค่เสียบอลพวกเขาก็พร้อมจะแสดงความเกลียดชังใส่ผมแล้ว ผมว่ามันไม่ปกติ … ผมอยากจะบอกว่าเอาแบบนี้ไหมล่ะ ? ถ้าวันไหนแฟนบอลพวกนี้ทำอะไรที่ผิดกฎสนามหรือกฎหมายผมจะไล่บี้พวกเขา ปากล้วยใส่เขา ด่าแม่ของพวกเขาว่าทำไมถึงเลี้ยงลูกได้ห่วยแตกมาก ถ้าตามตรรกะผมคิดว่าแบบนี้มันก็ได้อยู่นะ” ออสวัลโด้ แย้มเป็นนัย ๆ ว่าเขาเริ่มเบื่อและอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างเพื่อตามหาคำ ๆ เดียวนั่นคือ “ความสุข” ในแบบนี้เขาไม่ได้สัมผัสมาหลายปี

เกิดใหม่ – ดับใหม่ 

นักเตะอย่าง ออสวัลโด้ ไม่ค่อยถนัดที่จะเป็นคนเริ่มต้นบทสนทนากับใคร นั่นจึงทำให้เขาไม่ค่อยมีเพื่อนนัก โชคดีที่การย้ายทีมครั้งต่อไปช่วยเขาได้มากจริง ๆ เขาถูกส่งยืมตัวไปที่ เอสปันญอล ที่มี เมาริซิโอ โปเชตติโน่ กุนซือหนุ่ม ณ เวลานั้นกุมบังเหียนอยู่ในช่วงปี 2009

โปเชตติโน่ เป็นคนที่ทำงานกับนักเตะอายุน้อยได้ดี เขามักจะถามไถ่และพูดคุยกับนักเตะเพื่อให้นักเตะเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ นอกจากนี้ชีวิตในสเปนของเขาก็ไม่ได้ถูกจับจ้องและจับผิดเหมือนกับตอนอยู่ที่อิตาลี นั่นทำให้เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม 2 ฤดูกาลกับ เอสปันญ่อล เขาเป็นดาวซัลโวของทีม 2 ซีซั่นติดต่อกัน ยิงได้ 26 ประตูจาก 42 เกม 

“ที่สเปนผมเป็นอิสระ บางครั้งผมก็แค่อยากเป็นคนธรรมดาที่สามารถเดินเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ในเมืองได้ ซึ่งที่อิตาลีมันเป็นไปไม่ได้เลย ช่วงที่อยู่สเปนผมไปเดินเที่ยวแถบจัตุรัสกาตาลุนยา (Plaça de Catalunya) บ่อยมาก ผมมีเพื่อน ๆ ที่พูดคุยกันรู้เรื่อง เพื่อนผมเป็นจิตรกรที่คอยวาดภาพผู้คนอยู่ที่จัตุรัส ส่วนผมก็ไปเล่นกีตาร์เปิดหมวกบ้าง พวกเขาจำผมไม่ค่อยได้ และนั่นเยี่ยมมากเลย มันคือความเรียบง่ายที่มีเสน่ห์” ออสวัลโด้ กล่าว

ขณะที่ โปเชตติโน่ ก็บอกว่านั่นคือช่วงเวลาที่เขาจำได้ว่า ออสวัลโด้ สำคัญกับทีมขนาดไหน กองหน้าที่แม้จะไม่ได้เร็วมากแต่ทักษะดี จบสกอร์เก่งเซนส์บอลสูง ซึ่ง “พอช” ถึงขั้นบอกว่า “ผมจินตนาการถึงทีมเอสปันญอลที่ไม่มีออสวัลโด้ไม่ออกจริง ๆ” ซึ่งในซีซั่นนั้น (2010-11) ออสวัลโด้ ก็ยิงไป 14 ลูก และช่วยให้ทีมจบอันดับ 8 ของตารางคะแนน  

ณ เวลานั้นแม้แต่ทีมชาติอิตาลีก็ยังอดใจไม่ไหว พวกเขาส่งทีมมาทาบทามออสวัลโด้ให้เลือกติดทีมชาติอิตาลีตามสัญชาติของปู่ทวด ความโดดเด่นของเขาทำให้เขาถูก โรม่า ซื้อตัวไปร่วมทีมด้วยราคา 15 ล้านปอนด์ ซึ่ง ณ เวลานั้นตัวของออสวัลโด้ไม่ได้อยากจะย้ายทีมเท่าไรนัก แต่เอสปันญอลก็เป็นทีมที่ต้องการเงิน และการซื้อออสวัลโด้มาด้วยราคาเพียง 4 ล้านปอนด์แต่กลับทำกำไรได้ถึง 3 เท่าภายในเวลาไม่ถึงปี ดังนั้นต่อให้นักเตะไม่อยากย้ายแต่ดีลนี้ก็ถูกผลักดันจนได้