ร้อนแรงเกินห้ามใจ! เจาะ 5 ข้อ อิกอร์ ติอาโก้ ดาวยิงทรงอิทธิพลนำ เบรนท์ฟอร์ด ทะยานสูง

อิทธิพลอันโดดเด่นของ อิกอร์ ติอาโก้ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญมากซึ่งอยู่เบื้องหลังผลงานอันยอดเยี่ยมของ เบรนท์ฟอร์ด ในฤดูกาลนี้

  ดาวเตะชาวบราซิเลียน พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นแกนหลักในเกมรุกอย่างแท้จริง ด้วยการทำหน้าที่ทดแทนช่องว่างจากการย้ายทีมของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ โยอัน วิสซ่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาได้อย่างยอดเยี่ยม

  การก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกสำคัญในแนวรุกของ คีธ แอนดรูว์ส กุนซือใหม่  ไม่ได้แค่เติมเต็มตำแหน่งที่ขาดหายไป แต่ยังช่วยปลุกพลังเกมบุกของ “เดอะ บีส์” ให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยยิ่งมีความหมายมากขึ้นเมื่อพิจารณาว่าสโมสรไม่มี โธมัส แฟร้งค์ เป็นเฮดโค้ช  และ คริสเตียน นอร์การ์ด กัปตันทีม ซึ่งอำลาสโมสรพร้อมกัน 

    หลังจากฤดูกาลแรกในอังกฤษที่น่าผิดหวังและเต็มไปด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ หัวหอกชาวบราซิล สามารถกลับมาระเบิดฟอร์มในปีที่สองของเขา ด้วยผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง จนหลายคนไม่อยากเชื่อ!! 

    ผลงานของชั้นยอดแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ติอาโก้ จะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำเดือนมกราคม และนั่นทำให้สโมสรต้องจับนักเตะขยายสัญญาใหม่ไปจนถึงปี 2031 เพื่อขวางบรรดาทีมชั้นนำที่จ้องจะฉกนักเตะรายนี้ไปร่วมทัพ 


  ติอาโก้ เป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดในลีกยุโรป แล้วทำไมเขาถึงเป็นฝันร้ายของบรรดากองหลังและผู้รักษาประตูคู่แข่ง ลองไปวิเคราะห์กันได้เลย

1. จำนวนประตูกับการเล่นให้ทีมขนาดกลาง

    ตัวเลขของ ติอาโก้ ในเวลานี้ส่งให้เขาก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มดาวยิงหัวแถวของยุโรปอย่างเต็มตัว 17 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นรอง เออร์ลิง ฮาลันด์ ( 22 ประตู) เท่านั้น แถมยังซัด 11 ประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ด้วย 

  หากมองภาพรวมทั่วยุโรป ยิ่งเห็นชัดถึงอิทธิพลของ ติอาโก้ เพราะมีเพียง แฮร์รี่ เคน (บาเยิร์น มิวนิค)  และ คีลิยัน เอ็มบับเป้ (เรอัล มาดริด) เท่านั้นที่ทำประตูได้มากกว่าเขาใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปซีซั่นนี้

    ติอาโก้ ตะบันประตูสองประตูใส่ทีมใหญ่ทีมเล็กเป็นว่าเล่นทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์ และ ซันเดอร์แลนด์ รวมทั้งสอยแฮตทริกสุดน่าจดจำในเกมปะทะ เอฟเวอร์ตัน ด้วยการผสมผสานระหว่างพละกำลัง ความแข็งแกร่ง และความเร็ว

     เขาถนัดทั้งสองเท้า และทำประตูได้จากหลากหลายตำแหน่ง ความเฉียบคมและสัญชาตญาณการจบสกอร์ของเขานำมาซึ่งผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสามารถในการหาพื้นที่และอยู่ถูกที่ถูกเวลา ซึ่งโดดเด่นตั้งแต่เปิดซีซั่นจนถึงตอนนี้ 

2. เคลื่อนที่ฉลาดสร้างโอกาสยิงประตูได้เยอะ

    อีกหนึ่งอาวุธสำคัญยามไม่มีบอลของ ติอาโก้ คือการเคลื่อนที่อันยอดเยี่ยมของเขา จังหวะการวิ่งทำทางทะลุแนวรับ เข้าไปในช่องว่างระหว่างกองหลัง และการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษอยู่ในระดับชั้นยอด เพราะเขาสามารถกดดันแนวรับคู่แข่งได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ความฉลาดในการเล่นทำให้เขาหาช่องในพื้นที่อันตรายได้อย่างสม่ำเสมอ และกลายเป็นทางเลือกที่ไว้ใจได้ให้เพื่อนร่วมทีมในหลากหลายสถานการณ์อนอกจากนี้ นักเตะยังโดดเด่นไม่แพ้กันในจังหวะถอยลงต่ำ โดยรู้จังหวะที่เหมาะสมในการลงมาเชื่อมเกมในแดนกลาง สร้างความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่น และทำให้เกมรุกของ เบรนท์ฟอร์ด ไหลลื่น 

    ดาวยิงวัย 24 ปี เล่นได้อย่างมั่นใจเมื่อหันหลังให้ประตู ใช้พละกำลังเบียดเอาชนะแนวรับ ใช้ร่างกายกำยำบังบอล และอาศัยไหวพริบดึงตัวประกบให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ทีมครองบอลได้ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. เป้าหมายในการเล่นบอลไดเร็กต์

    ติอาโก้ ยังเป็นเป้าหมายหลักในจังหวะที่เล่นบอลโยนยาวจากหน้าประตู, ลูกตั้งเตะ, ลูกทุ่มไกล และบอลยาว โดยใช้ความแข็งแกร่งทางร่างกายและการอ่านเกมเข้าปะทะกับเซ็นเตอร์แบ็ก พร้อมครองความได้เปรียบในลูกกลางอากาศ เขาคือพลังที่แนวรับต้องเจองานหนักในการรับมือ  

    ในแง่เทคนิค อดีตดาวยิงของ คลับ บรูช มีการคอนโทรลบอลและสัมผัสแรกที่ยอดเยี่ยม ผสานกับความมั่นใจในการเลี้ยงบอล ทำให้เขาหลบเลี่ยงแรงกดดัน สร้างพื้นที่ และตัดสินใจเล่นได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง

    คุณค่าของ ติอาโก้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกมรุกเท่านั้น เพราะบทบาทเกมรับของเจ้าตัวก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในทีมของกุนซือคีธ แอนดรูว์ส ซึ่งวางระบบให้ทัพ “ผึ้งน้อย” เล่นสไตล์ที่กระชับ, ดุดัน และมุ่งมั่นเวลาที่ไม่มีบอล

4. กำหนดจังหวะเกมได้ยอดเยี่ยม 

    อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ ติอาโก้ เป็นนักเตะที่สามารถกำหนดจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม 

    วิธีการที่ ติอาโก้ วิ่งไล่เพรสซิ่งต้องมีเป้าหมายชัดเจน บีบให้คู่แข่งต้องตัดสินใจอย่างเร่งรีบ และปิดพื้นที่สูงในแดนบน สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้ เบรนท์ฟอร์ด เปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้อย่างรวดเร็ว

    ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุผลที่ว่าทำไม ติอาโก้ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญอย่างยิ่งในยามที่ทีมไม่มีบอล การครอบคลุมบทบาททั้งการสร้างความกดดันและจุดประกายเกมโต้กลับอย่างมีประสิทธิภาพ

5. โดดเด่นโดนใจ อันเชลอตติ 

    ฟอร์มอันร้อนแรงทำให้ ติอาโก้ ไม่เพียงก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวเลือกจริงจังในสายตาของ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือทีมชาติบราซิล สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026

    จากฤดูกาลก่อนที่ต้องเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บ การได้เห็นความทุ่มเทของ ติอาโก้ ออกดอกออกผลเช่นนี้ถือเป็นเรื่องยอดเยี่ยม หากเขารักษามาตรฐานอันไร้ที่ติเอาไว้ได้ เบรนท์ฟอร์ด ก็อาจมีลุ้นท้าชิงพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้า 

    แน่นอนว่าหาก “เดอะ บีส์” ทำได้ก็นับว่าเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสโมสรในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และหนึ่งในคีย์แมนก็คือ ติอาโก้ นั่นเอง