ดาวเตะชาวบราซิเลียน พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นแกนหลักในเกมรุกอย่างแท้จริง ด้วยการทำหน้าที่ทดแทนช่องว่างจากการย้ายทีมของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ โยอัน วิสซ่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาได้อย่างยอดเยี่ยม
หลังจากฤดูกาลแรกในอังกฤษที่น่าผิดหวังและเต็มไปด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ หัวหอกชาวบราซิล สามารถกลับมาระเบิดฟอร์มในปีที่สองของเขา ด้วยผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง จนหลายคนไม่อยากเชื่อ!!
ผลงานของชั้นยอดแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ติอาโก้ จะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำเดือนมกราคม และนั่นทำให้สโมสรต้องจับนักเตะขยายสัญญาใหม่ไปจนถึงปี 2031 เพื่อขวางบรรดาทีมชั้นนำที่จ้องจะฉกนักเตะรายนี้ไปร่วมทัพ
ติอาโก้ เป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดในลีกยุโรป แล้วทำไมเขาถึงเป็นฝันร้ายของบรรดากองหลังและผู้รักษาประตูคู่แข่ง ลองไปวิเคราะห์กันได้เลย
1. จำนวนประตูกับการเล่นให้ทีมขนาดกลาง
ตัวเลขของ ติอาโก้ ในเวลานี้ส่งให้เขาก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มดาวยิงหัวแถวของยุโรปอย่างเต็มตัว 17 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นรอง เออร์ลิง ฮาลันด์ ( 22 ประตู) เท่านั้น แถมยังซัด 11 ประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ด้วย
หากมองภาพรวมทั่วยุโรป ยิ่งเห็นชัดถึงอิทธิพลของ ติอาโก้ เพราะมีเพียง แฮร์รี่ เคน (บาเยิร์น มิวนิค) และ คีลิยัน เอ็มบับเป้ (เรอัล มาดริด) เท่านั้นที่ทำประตูได้มากกว่าเขาใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปซีซั่นนี้
ติอาโก้ ตะบันประตูสองประตูใส่ทีมใหญ่ทีมเล็กเป็นว่าเล่นทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์ และ ซันเดอร์แลนด์ รวมทั้งสอยแฮตทริกสุดน่าจดจำในเกมปะทะ เอฟเวอร์ตัน ด้วยการผสมผสานระหว่างพละกำลัง ความแข็งแกร่ง และความเร็ว
เขาถนัดทั้งสองเท้า และทำประตูได้จากหลากหลายตำแหน่ง ความเฉียบคมและสัญชาตญาณการจบสกอร์ของเขานำมาซึ่งผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสามารถในการหาพื้นที่และอยู่ถูกที่ถูกเวลา ซึ่งโดดเด่นตั้งแต่เปิดซีซั่นจนถึงตอนนี้
2. เคลื่อนที่ฉลาดสร้างโอกาสยิงประตูได้เยอะ
อีกหนึ่งอาวุธสำคัญยามไม่มีบอลของ ติอาโก้ คือการเคลื่อนที่อันยอดเยี่ยมของเขา จังหวะการวิ่งทำทางทะลุแนวรับ เข้าไปในช่องว่างระหว่างกองหลัง และการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษอยู่ในระดับชั้นยอด เพราะเขาสามารถกดดันแนวรับคู่แข่งได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความฉลาดในการเล่นทำให้เขาหาช่องในพื้นที่อันตรายได้อย่างสม่ำเสมอ และกลายเป็นทางเลือกที่ไว้ใจได้ให้เพื่อนร่วมทีมในหลากหลายสถานการณ์อนอกจากนี้ นักเตะยังโดดเด่นไม่แพ้กันในจังหวะถอยลงต่ำ โดยรู้จังหวะที่เหมาะสมในการลงมาเชื่อมเกมในแดนกลาง สร้างความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่น และทำให้เกมรุกของ เบรนท์ฟอร์ด ไหลลื่น
ดาวยิงวัย 24 ปี เล่นได้อย่างมั่นใจเมื่อหันหลังให้ประตู ใช้พละกำลังเบียดเอาชนะแนวรับ ใช้ร่างกายกำยำบังบอล และอาศัยไหวพริบดึงตัวประกบให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ทีมครองบอลได้ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เป้าหมายในการเล่นบอลไดเร็กต์
ติอาโก้ ยังเป็นเป้าหมายหลักในจังหวะที่เล่นบอลโยนยาวจากหน้าประตู, ลูกตั้งเตะ, ลูกทุ่มไกล และบอลยาว โดยใช้ความแข็งแกร่งทางร่างกายและการอ่านเกมเข้าปะทะกับเซ็นเตอร์แบ็ก พร้อมครองความได้เปรียบในลูกกลางอากาศ เขาคือพลังที่แนวรับต้องเจองานหนักในการรับมือ
ในแง่เทคนิค อดีตดาวยิงของ คลับ บรูช มีการคอนโทรลบอลและสัมผัสแรกที่ยอดเยี่ยม ผสานกับความมั่นใจในการเลี้ยงบอล ทำให้เขาหลบเลี่ยงแรงกดดัน สร้างพื้นที่ และตัดสินใจเล่นได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง
คุณค่าของ ติอาโก้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกมรุกเท่านั้น เพราะบทบาทเกมรับของเจ้าตัวก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในทีมของกุนซือคีธ แอนดรูว์ส ซึ่งวางระบบให้ทัพ “ผึ้งน้อย” เล่นสไตล์ที่กระชับ, ดุดัน และมุ่งมั่นเวลาที่ไม่มีบอล
4. กำหนดจังหวะเกมได้ยอดเยี่ยม
อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ ติอาโก้ เป็นนักเตะที่สามารถกำหนดจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีการที่ ติอาโก้ วิ่งไล่เพรสซิ่งต้องมีเป้าหมายชัดเจน บีบให้คู่แข่งต้องตัดสินใจอย่างเร่งรีบ และปิดพื้นที่สูงในแดนบน สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้ เบรนท์ฟอร์ด เปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุผลที่ว่าทำไม ติอาโก้ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญอย่างยิ่งในยามที่ทีมไม่มีบอล การครอบคลุมบทบาททั้งการสร้างความกดดันและจุดประกายเกมโต้กลับอย่างมีประสิทธิภาพ
5. โดดเด่นโดนใจ อันเชลอตติ
ฟอร์มอันร้อนแรงทำให้ ติอาโก้ ไม่เพียงก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวเลือกจริงจังในสายตาของ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือทีมชาติบราซิล สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026
จากฤดูกาลก่อนที่ต้องเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บ การได้เห็นความทุ่มเทของ ติอาโก้ ออกดอกออกผลเช่นนี้ถือเป็นเรื่องยอดเยี่ยม หากเขารักษามาตรฐานอันไร้ที่ติเอาไว้ได้ เบรนท์ฟอร์ด ก็อาจมีลุ้นท้าชิงพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้า
แน่นอนว่าหาก “เดอะ บีส์” ทำได้ก็นับว่าเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสโมสรในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และหนึ่งในคีย์แมนก็คือ ติอาโก้ นั่นเอง



