
เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสไตล์การเล่นที่มีการบัญญัติคำว่า “ซาร์รี่บอล” อย่างไรก็ตามเมื่อเช็คสถิติแล้วกลายเป็นว่าแท็กติคของ นายใหญ่เลือดมะกะโรนี สามารถนำ เชลซี สร้างโอกาสในการทำประตูได้เหนือกว่าบรรดาคู่แข่งแย่งอันดับท็อปโฟร์
สาวก “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ค่อยปลื้มที่เห็นต้นสังกัดทำผลงานได้น่าผิดหวังภายใต้การกุมบังเหียนของ ซาร์รี่ ในฤดูกาลนี้ และถึงขนาดมีการเรียกร้องให้ โรมัน อบราโมวิช อภิมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ในฐานะเจ้าของทีมจัดการเฉดหัวเขาออกไปจากสโมสรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สิ่งที่ทำให้แฟนบอลเชลซี ไม่พอใจก็คือการที่ ซาร์รี่ ไม่ให้เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยืนในตำแหน่งถนัดนั่นก็คือมิดฟิลด์ตัวรับ แถมยังไม่ค่อยให้โอกาส คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ลงเล่นตัวจริงยิ่งทำให้สาวกของทีมเคืองขุ่น นอกจากนี้ ซาร์รี่ ยังนำต้นสังกัดรั้งอันดับ 6 ในตารางลีก โดยตามหลัง อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 4 อยู่ 3 คะแนน ด้วย
อย่างไรก็ตามผลงานที่เห็นไม่ได้บ่งบอกประสิทธิภาพที่แท้จริงจากมันสมองของ ซาร์รี่ เพราะเมื่อดูจากสถิติคงอาจจะทำให้แฟนบอลเชลซี ศรัทธาในตัวอดีตกุนซือนาโปลีมากขึ้น เพราะทีมชุดนี้กับแท็กติคของเขาสามารถสร้างสรรค์โอกาสได้เหนือกว่าบรรดาทีมหัวตารางทุกสโมสร
เชลซี สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากถึง 370 ครั้งในฤดูกาลนี้ เหนือกว่า “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 2 ถึง 72 ครั้ง ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สร้างโอกาสได้ 296 ครั้ง ตามด้วย “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่รั้งอันดับบ๊วยเมื่อสร้างโอกาสได้ 287 ครั้งเท่านั้น
อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญในประเด็นนี้ก็คือเมื่อ เชลซี สร้างโอกาสได้มากขนาดนี้แต่พวกเขาไม่สามารถแปรเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้อย่างที่ต้องการ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับทีมที่เหลืออยู่ในอันดับท็อปซิกซ์ “สิงห์บูส์” ยิงประตูได้แค่ 50 ลูกจาก 29 แมตช์ถือว่าต่ำที่สุด
ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ สเปอร์ส ตะบันไป 58 กับ 57 ลูกตามลำดับ ส่วน อาร์เซน่อล สอยตาข่ายคู่แข่งไปเบาะๆ 63 ประตู ส่วน 2 ทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกทั้ง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซัดไปกระจุย 68 และ 79 ลูก ตามลำดับ



