สมอลลิ่ง : การตัดสินใจที่อันตรายของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ถือเป็นดีลที่น่าแปลกใจพอตัว กับการที่ คริส สมอลลิ่ง กองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เก็บข้าวของออกจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แล้วย้ายไปอยู่กับ อาแอส โรม่า ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล เพราะก่อนหน้านั้นมันแทบไม่มีกระแสข่าวเรื่องการย้ายทีมของ สมอลลิ่ง เลย

นอกจากข่าวลือเรื่องการย้ายทีมจะโผล่มาเป็นครั้งแรกแบบเซอร์ไพรส์แล้วนั้น ความคืบหน้าในการทำข้อตกลงมันก็ยังเร็วสุดๆ ด้วย จนสุดท้าย สมอลลิ่ง ก็ไปยืนชูเสื้อ โรม่า ที่ปักนามสกุลกับเบอร์ 6 ของเขาเอาไว้หลังจากมีกระแสข่าวออกมาได้เพียงแป๊ปเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาบอกเองว่าเขาได้คุยกับ สมอลลิ่ง ถึงเรื่องการย้ายทีมแบบยืมตัวแบบตรงไปตรงมา ด้วยการบอกว่าไม่สามารถรับประกันได้ว่า สมอลลิ่ง จะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายทำให้ สมอลลิ่ง ไปเล่นกับ โรม่า ด้วยสัญญาเช่า แต่ถ้าพิจารณากันจริงๆ แล้วนั้น นี่ถือเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงพอตัวของ แมนฯ ยูไนเต็ด

จริงอยู่ สมอลลิ่ง ไม่ได้มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมจนถึงขนาดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะไว้วางใจให้เป็นตัวจริงในแผงหลังได้ ผลงานของเขาในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมามันไม่มีความคงเส้นคงวา และถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าเขาสมควรเป็นตัวสำรองของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่นับ แม็กไกวร์ กับ ลินเดอเลิฟ แล้วนั้น สมอลลิ่ง ก็ถือเป็น “อะไหล่” ที่ดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ เพราะ ฟิล โจนส์ ถือว่าเล่นได้แย่กว่าเขาซะอีก ขณะที่ เอริก ไบยี่ ก็ยังโดนอาการบาดเจ็บกักตัวเอาไว้อยู่ และไม่มีอะไรรับประกันว่าถ้าหายกลับมาแล้วเขาจะไม่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานอีก หลังจากเจ้าตัวเจ็บบ่อยจนแทบจะใช้เวลาในห้องพยาบาลมากพอๆ กับการอยู่ในสนามให้ แมนฯ ยูไนเต็ด

รายของ มาร์กอส โรโฮ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะโชว์ฟอร์มอันสุดยอดออกมาได้ ส่วน ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ กับ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ก็ยังเป็นเพียงแข้งวัยหนุ่มที่ยังไม่มีอะไรจะรับรองได้ว่าพวกเขาจะทำผลงานกับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ดี

การปล่อย สมอลลิ่ง ออกไปแบบนี้ ทำให้ถ้าเกิด แม็กไกวร์ หรือ ลินเดอเลิฟ เกิดได้รับบาดเจ็บหรือถูกแบนขึ้นมา โซลชา ก็ต้องหันไปใช้พวกที่กล่าวเอาไว้ในเบื้องต้น ซึ่งถ้าพูดกันตามตรงก็คือการใช้งานแข้งเหล่านั้นมันมีโอกาสที่จะส่งผลเสียกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่าผลดีเยอะ และบรรดา “เร้ด อาร์มี่” ก็คงต้องลุ้นหนักจนเหงื่อไหลท่วมตัวตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมถ้าต้องเห็น โจนส์, โรโฮ, โฟซู-เมนซาห์ หรือ ตวนเซเบ้ ยืนเฝ้าเกมรับ

นอกจากนี้ ที่จริงผลงานฤดูกาลก่อนของ สมอลลิ่ง ก็ไม่ได้ถึงขั้นห่วยแตกจนไม่สมควรอยู่เป็นอะไหล่ของทีม โดยเขาได้ลงเล่นในลีกไป 24 นัด ส่วนผลงานของเขาก็มีอย่างเช่นการเข้าสกัดแม่นยำ 57 เปอร์เซ็นต์, ตัดบอลแบบไม่ต้องเข้าสกัดได้ 26 หน, ชนะการดวลตัวต่อตัว 140 ครั้ง จากทั้งหมด 225 หน เป็นต้น

ผลงานที่น่าสนใจของ สมอลลิ่ง ในเกม พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2018-19 จากการลงเล่น 24 นัด
ความแม่นยำในการเข้าสกัด (57 เปอร์เซ็นต์)
จำนวนครั้งการตัดบอลสำเร็จ (26 ครั้ง)
จำนวนครั้งที่เคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตราย (106 ครั้ง)
จำนวนครั้งที่เคลียร์บอลด้วยลูกโหม่ง (57 ครั้ง)
จำนวนครั้งที่เก็บบอลจังหวะสองได้ (81 ครั้ง)
จำนวนครั้งที่ชนะการดวล (140 ครั้ง)
จำนวนครั้งที่แพ้การดวล (85 ครั้ง)
จำนวนครั้งที่ชนะการดวลลูกกลางอากาศ (102 ครั้ง)
จำนวนครั้งที่แพ้การดวลลูกกลางอากาศ (57 ครั้ง)
จำนวนนัดที่ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู (4 ครั้ง)

คำให้สัมภาษณ์ของ โซลชา มันสื่อให้เห็นว่าเขาไม่ได้พยายามรั้งตัว สมอลลิ่ง ให้อยู่กับทีมต่อเลย ทั้งที่การปล่อยเขาออกไปมันถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงสุดๆ ซึ่งตอนนี้เหล่า “เร้ด อาร์มี่” ก็คงต้องสวดภาวนาอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้ แม็กไกวร์ กับ ลินเดอเลิฟ ไม่เจ็บหนักไปตลอดทั้งฤดูกาล หรือไม่ก็ขอให้พวกที่เหลืออยู่งัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ถ้าได้ลงสนาม

ไม่อย่างนั้นแล้วการเสีย 54 ประตูในลีกเมื่อฤดูกาลก่อนก็อาจจะเกิดขึ้นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้งในซีซั่นนี้ หรืออาจจะเสียเยอะกว่านั้นด้วยซ้ำ