
ยังถือว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ มีผลงานที่ไม่คงเส้นคงวาเหมือนเดิม หลังจากล่าสุดออกไปแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2 ถึงสนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา
แน่นอน ด้วยความที่ โซลชา ต้องการสร้างทีมของตัวเองขึ้นมาใหม่มันก็หมายความว่ากระบวนการฟื้นฟู แมนฯ ยูไนเต็ด ของเขามันจำเป็นต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าผลงานของเขาถือว่าแย่กว่าที่หลายคนคาดหวังเอาไว้ โดยในเกมลีก 16 นัดหลังสุด ทีมของเขาเก็บชัยชนะได้เพียง 5 นัดเท่านั้น
ทั้งนี้ โซลชา เคยพูดว่าเป้าหมายของเขาคือต้องการสร้าง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยแนวทางและโคงสร้างแบบเดียวกับในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม การที่เขาเน้นเสริมทัพด้วยแข้งวัยหนุ่ม ไม่ใช่การเสียเงินกับแข้งดาวดังอายุสูงเหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สื่อถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้วมันมีองค์ประกอบสำคัญๆ ที่จะทำให้ “เด็กของ โซลชา” มีโอกาสที่จะไม่สามารถไปได้สวยเหมือน “เด็กของ เฟอร์กูสัน” เหมือนกัน ซึ่งถ้าไม่สามารถแก้ไขตรงจุดเหล่านี้ได้แล้วล่ะก็ มันก็อาจจะทำให้ โซลชา ไม่สามารถอยู่ดำเนินโปรเจกต์ของเขาได้จนจบก็ได้
– รุ่นพี่ไม่ดี
“คลาส ออฟ 92” อันเลื่องชื่อของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือกลุ่มคนที่มักจะโดนยกเป็นตัวอย่างอยู่เสมอเมื่อพูดถึงความสำเร็จจากอะคาเดมี่ของ “ปีศาจแดง” เพราะคนกลุ่มนั้นประกอบด้วยนักเตะอย่าง ไรอัน กิ๊กส์, เดวิด เบ็คแฮม, แกรี่ เนวิลล์, ฟิล เนวิลล์, พอล สโคลส์ และ นิคกี้ บัตต์ ที่ต่างก็กลายเป็นกำลังหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลาหลายฤดูกาล
ทั้งนี้ ขุนพลวัยหนุ่มเหล่านั้นพา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์มาครองได้หลายรายการ โดยแค่ฤดูกาลแรกที่พวกเขาขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ในฤดูกาล 1995-96 พวกเขาก็ช่วยให้ทีมได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ ไปครอง จนทำให้วลีเชิงปรามาสของ อลัน แฮนเซ่น ที่บอกว่า “คุณจะไม่มีวันได้แชมป์อะไรด้วยพวกเด็กๆ ได้หรอก” กลายเป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้
ถึงกระนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าขุมกำลังชุดนั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีแต่นักเตะวัยหนุ่ม เพราะมันมีพวกประสบการณ์สูงอย่าง เอริก คันโตน่า, สตีฟ บรูซ, ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, เดนิส เออร์วิน รวมอยู่ด้วย ซึ่งคนเหล่านั้นต่างก็เป็นคนที่มีนิสัยดี, มีความเป็นมืออาชีพ, ขยันขันแข็ง, มีความเป็นผู้นำสูง จนกลายเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเหล่าแข้งวัยหนุ่มได้
ในทางกลับกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้กลับขาดนักเตะรุ่นพี่ที่ดีเหมือนในยุคของ เฟอร์กูสัน คนที่อายุเยอะที่สุดในชุดนี้คือ ลี แกรนท์ ซึ่งก็เป็นเพียงผู้รักษาประตูมือ 3 ของทีม ส่วนพวกคนที่อายุ 30 ปีขึ้นไปคนอื่นๆ อย่างเช่น แอชลี่ย์ ยัง (34 ปี), เซร์คิโอ โรเมโร่ (32 ปี), ฆวน มาต้า (31 ปี) และ เนมานย่า มาติช (31 ปี) ต่างก็ไม่ใช่คนที่เหมาะเป็นผู้นำเมื่อเทียบกับทีมของ เฟอร์กูสัน และคุณสมบัติเกี่ยวกับการเป็นรุ่นพี่ด้านอื่นๆ ก็สู้คนในช่วงทศวรรษ 90 ไม่ได้เหมือนกัน
คนอายุ 30 ปีขึ้นไปที่ดูมีคุณสมบัติการเป็นผู้นำดีที่สุดในทีมชุดนี้คือ มาต้า จากการที่เขามักจะให้กำลังใจรุ่นน้องบ่อยๆ แต่มันก็ไม่ดีพอสำหรับการชี้แนะดาวรุ่ง ยกตัวอย่างเช่น ในอดีต คีน เคยดุนักเตะวัยรุ่น เพื่อทำให้คนเหล่านั้นมีแรงฮึกเหิมในการพัฒนาตัวเอง เป็นต้น
นอกจากนี้ มันก็ยังมีแข้งอายุสูงบางคนที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเหมือนกัน อย่างเช่น มาติช ที่เคยไปกด “ถูกใจ” ข้อความเชิงด่า โซลชา มาแล้ว จริงอยู่ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเป็นนักเตะอาชีพจะไม่พอใจเมื่อไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่มันก็ควรจะพูดกับคนเป็นกุนซือโดยตรง ไม่ใช่มาทำอะไรแบบนี้ ซึ่งเมื่อขาดรุ่นพี่ที่ดีที่คอยชี้แนะ มันก็มีส่วนทำให้เหล่านักเตะดาวรุ่งไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
– ขุมกำลัง
ในซีซั่น 1995-96 ที่ทาง เฟอร์กูสัน ดันดาวรุ่งหลายคนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่นั้น ถึงแม้ว่าเขาจะปล่อยนักเตะอย่าง พอล อินซ์, มาร์ค ฮิวจ์ส และ อังเดร แคนเชลสกี้ส์ ออกไป แต่มันก็ยังมีแข้งฝีเท้าดีอีกหลายคนที่จะช่วยสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้ทีมในตอนที่เหล่าดาวรุ่งโชว์ฟอร์มเก่งไม่ออกได้
อย่างไรก็ตาม ขุมกำลังในตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้มีสภาพใกล้เคียงกับตอนนั้นเลย คนที่พอจะถูกยกให้เป็นนักเตะชั้นยอดได้มีเพียง ปอล ป็อกบา กับ ดาบิด เด เคอา เท่านั้น ซึ่งแค่ 2 คนมันก็ไม่มากพอที่จะแบกทีมไปตลอดรอดฝั่งอยู่แล้ว
– นิสัยของผู้จัดการทีม
เฟอร์กูสัน ไม่เคยยั้งปากอยู่แล้วเมื่อไม่พอใจลูกทีมคนไหนก็ตาม เขาเคยด่านักเตะผ่านทางสื่อหลายต่อหลายหน ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่เขาทำอย่างนั้นก็เพื่อทำให้นักเตะเหล่านั้นต้องพัฒนาตัวเอง โดยคนที่เคยเป็นนักเตะดาวรุ่งหลายคนก็เคยถูกอดีตกุนซือชาวสกอตต์ด่ามาแล้ว
ในทางตรงกันข้าม จนถึงตอนนี้มันแทบยังไม่มีครั้งไหนเลยที่ โซลชา ออกมาด่านักเตะในทีมแบบรุนแรงโดยตรง จะมีก็เพียงข่าวลือจาก เดอะ ซัน ที่เคยบอกว่า โซลชา ตวาดนักเตะบางคนในห้องแต่งตัวมาแล้ว แต่มันก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น แถมยังมาจาก เดอะ ซัน ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องที่มีความน่าเชื่อถือน้อยด้วย
จริงอยู่ว่าการเชื่อใจและทำตัวดีต่อลูกทีมมันทำให้นักเตะบางคนจะรักคุณได้ แต่บางครั้งการใช้วิธีโหดๆ เพื่อทำให้เกิดพัฒนาการที่ดีก็จำเป็นเหมือนกัน



