ลิเวอร์พูลบินสูง!สรุปสถานการณ์5ลีกใหญ่ยุโรป

การแข่งขันในระดับสโมสรถึงเวลาต้องหลีกทางให้กับโปรแกรมเกมทีมชาติอีกครั้ง โดยตอนนี้เกมฟาดแข้งใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปเตะกันมาได้ราวๆ เกือบหนึ่งในสี่ของฤดูกาลแล้ว แม้ยังการันตีอะไรไม่ได้มาก แต่ก็พอเห็นภาพลางๆ แล้วว่า ในแต่ละลีกนั้น ใครบ้างที่สามารถลุ้นความสำเร็จตามเป้าหมายของตัวเอง และใครบ้างที่ส่อแววล้มเหลว ว่าแล้วเรามาสรุปสถานการณ์ล่าสุดใน 5 ลีกใหญ่หลังจากผ่านพ้นช่วง 7-9 เกมแรกของฤดูกาลกันเลยดีกว่า

    * พรีเมียร์ลีก อังกฤษ *
    – โซนบนตาราง : แม้ฤดูกาลนี้มีบางเกมที่หืดจับและต้องลุ้นเสียวยันวินาทีสุดท้าย แต่ ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำทัพของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลับนำโด่งเป็นจ่าฝูง ชนิดที่โกยไป 24 คะแนนเต็ม จากการลงเตะ 8 นัด ทิ้งห่างแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งรั้งอันดับสอง ถึง 8 แต้ม โดย “เรือใบสีฟ้า” ตอนนี้กำลังมีปัญหาเรื่องเกมรับอย่างชัดเจน หลังจากที่ เอมเมอริก ลาป๊อร์กต์ เซนเตอร์แบ็กตัวหลัก จำเป็นต้องพักแข้งยาวหลายเดือน เพราะปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่า

ส่วนทีมใหญ่ๆ อย่าง อาร์เซน่อล และ เชลซี ก็เกาะอยู่ในกลุ่มห้าอันดับแรก โดย “ไอ้ปืนใหญ่” ฟอร์มอาจจะมีขึ้นๆ ลงๆ บ้าง แต่พวกเขาไม่แพ้ใครมา 5 นัดติดแล้ว (ชนะ 2 เสมอ 3) จนตอนนี้ขึ้นมารั้งอันดับ 3 ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ แค่แต้มเดียวเท่านั้น ส่วน “สิงห์บลูส์” ของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แม้ซีซั่นนี้ต้องพึ่งพาก๊วนนักเตะดาวรุ่ง แต่ดูดีมีอนาคตเลยทีเดียว โดยเฉพาะเกมรุกนั้นไม่มีปัญหาเลย (กดไปแล้ว 18 ประตู มากสุดอันดับสาม ตามหลัง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้) แค่ปรับจูนเกมรับให้ดีขึ้นเท่านั้น และตอนนี้พวกเขารั้งอันดับ 5 มี 14 คะแนนเท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งรั้งที่ 4 ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่ดีกว่า

– โซนท้ายตาราง : สามอันดับสุดท้ายตอนนี้ประกอบไปด้วย วัตฟอร์ด (20), นอริช ซิตี้ (19) และ เอฟเวอร์ตัน (18) โดย “แตนอาละวาด” รั้งอันดับบ๊วยชนิดที่ยังไม่ชนะใครเลย มีแค่ 3 คะแนนเท่านั้น ส่วน “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ทีมน้องใหม่ที่ออกสตาร์ตได้น่าสนใจ แต่ตอนนี้พวกเขากลับคว้าชัยได้แค่นัดเดียว จาก 6 เกมหลังสุด (แพ้ 5) และเพิ่งมีแค่ 6 คะแนน ด้าน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ถือว่าน่าผิดหวังอย่างแรง เพราะมีการเสริมทัพดีมากในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กลับเพิ่งจะมีแค่ 7 คะแนน แถมแพ้ 5 จาก 6 เกมหลังสุด (ชนะ 1) ทำเอาเก้าอี้กุนซือของ มาร์โก ซิลวา ร้อนระอุเลยทีเดียว  

– ผลงานน่าผิดหวัง : ยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จมอยู่ที่อันดับ 12 มีแค่ 9 คะแนน จาก 8 นัด ถือว่าน่าผิดหวังในแง่ของความยิ่งใหญ่ของสโมสร แต่ในสายตาของแฟนบอลคงไม่ได้เกินคาดอะไรมาก เมื่อพิจารณาดูจากขุมกำลังนักเตะที่มีอยู่ในขณะนี้ รวมถึงกึ๋นของกุนซืออย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และอีกทีมที่ค่อนข้างน่าผิดหวังคือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่อันดับ 9 มี 11 คะแนน และระยะหลังมานี้ถือว่าผลงานกำลังเป๋ เพราะ 6 เกมหลังสุด แพ้ไปถึง 3 เกม แต่ด้วยช่วงห่างของคะแนนที่เบียดกันมาก ชัยชนะแค่นัดเดียวสามารถส่งพวกเขากระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 4 ได้เลย

    – ดาวซัลโว :
        8 ประตู : แทมมี่ อับราฮัม (เชลซี) / เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)             
        7 ประตู : ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง (อาร์เซน่อล)
        6 ประตู : ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) / ติมู ปุ๊กกี้ (นอริช ซิตี้)
        5 ประตู : เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้) / ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) / แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) และ คัลลั่ม วิลสัน (บอร์นมัธ)

* ลา ลีกา สเปน *
    – โซนบนตาราง : อาจจะออกสตาร์ตช่วงต้นซีซั่นกันไม่ค่อยดี แต่สุดท้ายตอนนี้สามยักษ์ใหญ่ของลีกอย่าง เรอัล มาดริด (18 แต้ม), บาร์เซโลน่า (16 แต้ม) และ แอตเลติโก มาดริด (15 แต้ม) ก็กลับมาเข้าแถวลุ้นแชมป์อยู่ในกลุ่มสามอันดับแรกตามเดิม หลังจากที่ผ่านพ้นไปแล้ว 8 เกม โดยมีทีมน้องใหม่อย่าง กรานาด้า (14 แต้ม) ทำเซอร์ไพรส์ขึ้นมาอยู่ที่สี่ แถมมีช่วงหนึ่งขึ้นไปรั้งจ่าฝูงด้วย ขณะที่ เซบีย่า (12 แต้ม) ฟอร์มดีมากในช่วงต้น แต่ตอนนี้ตกมาอยู่ที่ห้า หลังจากที่แพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุด

– โซนท้ายตาราง : เลกาเนส รั้งบ๊วยอยู่ในขณะนี้ และเพิ่งจะมีแค่ 2 คะแนนเท่านั้น โดยยังไม่ชนะใครเลย จากการลงเตะ 8 นัด ขณะที่ เรอัล มายอร์ก้า กับ เอสปันญ่อล ต่างอยู่ในโซนตกชั้นที่อันดับ 18 และ 19 ตามลำดับ โดยเฉพาะกับ “เจ้านกแก้ว” นั้น ถือว่าน่าผิดหวังอย่างแรง เพราะแพ้ 4 จาก 6 เกมหลังสุด (ชนะ 1 เสมอ 1) จนล่าสุดมีการปลดกุนซือออกจากตำแหน่งเรียบร้อย

    – ผลงานน่าผิดหวัง : อาจไม่มีทีมที่ทำผลงานน่าผิดหวัง หรือแย่กว่าที่คิดแบบชัดเจน แต่ เรอัล เบติส น่าจะทำได้ดีกว่าอยู่ที่อันดับ 15 เมื่อพิจารณาดูถึงขุมกำลัง แถม 5 เกมหลังสุด เก็บชัยชนะได้แค่หนเดียวเท่านั้น (เสมอ 3 แพ้ 1)

– ดาวซัลโว :
        6 ประตู : คาริม เบนเซม่า (เรอัล มาดริด) / ลอเรน โมรอน (เรอัล เบติส) / เคราร์ด โมเรโน่ (บียาร์เรอัล)
        4 ประตู : ราอูล การ์เซีย (แอธเลติก บิลเบา) / ดาเนี่ยล ปาเรโฆ (บาเลนเซีย) / หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลน่า) / มักซี่ โกเมซ (บาเลนเซีย) / มิเกล โอยาร์ซาบาล (เรอัล โซเซียดาด) / ไฆเม่ มาต้า (เคตาเฟ่) / ซานติ กาซอร์ล่า (บียาร์เรอัล) 

* กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี *
    – โซนบนตาราง : ยูเวนตุส บุกไปโค่น อินเตอร์ มิลาน 2-1 ในศึก “ดาร์บี้ ดิตาเลีย” เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ “ม้าลาย” แซง “งูใหญ่” ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเรียบร้อย ด้วยการมี 19 คะแนน จาก 7 นัด ส่วน อินเตอร์ อยู่ที่สองมี 18 แต้ม ขณะที่ อตาลันต้า ขึ้นมาอยู่ที่สาม หลังจากที่เร่งฟอร์มขึ้นมาได้อย่างสุดยอด จากการที่คว้าชัย 4 จาก 5 เกมหลังสุด (เสมอ 1) จากนั้นก็ตามมาด้วย นาโปลี (13 แต้ม), อาแอส โรม่า (12 แต้ม) และ ลาซิโอ (11 แต้ม)

– โซนท้ายตาราง : ซามพ์โดเรีย รั้งอันดับสุดท้ายแบบสุดเซอร์ไพรส์ โดยเพิ่งมีแค่ 3 คะแนน จาก 7 นัด จนล่าสุดกุนซือ ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ โดนเด้งเรียบร้อย ขณะที่ เบรสชา กับ เจนัว อยู่ที่ 18 และ 19 ตามลำดับ โดยเฉพาะรายหลังนั้น แพ้ 4 จาก 5 เกมหลังสุด (เสมอ 1) เลยทีเดียว

    – ผลงานน่าผิดหวัง : แม้เกมล่าสุดบุกไปเอาชนะ เจนัว ได้ด้วยสกอร์ 2-1 แต่โดยรวมแล้ว เอซี มิลาน ถือว่าทำผลงานได้น่าผิดหวัง โดยตอนนี้รั้งอันดับ 10 เพิ่งมีแค่ 9 คะแนน ส่วนอีกทีมก็หนีไม่พ้น “ลา ซาพม์” ที่รั้งบ๊วย ทั้งที่ซีซั่นก่อนจบที่อันดับ 9

– ดาวซัลโว :
        7 ประตู : ชิโร่ อิมโมบิเล่ (ลาซิโอ)
        6 ประตู : ดูวาน ซาปาต้า (อตาลันต้า)
        5 ประตู : อันเดรีย เบล็อตติ (โตริโน่) / โดเมนิโก เบราร์ดี้ (ซาสซูโอโล่)
        4 ประตู : มาร์โก มานโคซู (เลชเช่) / เอดิน เชโก้ (อาแอส โรม่า) / อัลเฟรโด้ ดอนนารุมม่า (เบรสชา) / ดรีส เมอร์เท่นส์ (นาโปลี)

* บุนเดสลีกา เยอรมัน *
    – โซนบนตาราง : เป็นฤดูกาลที่สูสีและเบียดกันมากเลยทีเดียว เพราะสองทีมเต็งแชมป์อย่าง บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกตัวช่วง 7 เกมแรกไม่ได้โหดอย่างที่คาดการณ์กันเอาไว้ โดยจ่าฝูงตอนนี้คือ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มี 16 คะแนน ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับพวกเขาที่คว้าชัยรวดใน 4 เกมหลังสุด ตามมาด้วย เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก 15 แต้ม ส่วน “เสือใต้” รั้งอันดับสาม มี 14 คะแนน เท่ากับอันดับรองๆ ลงมาอย่าง ไฟร์บวร์ก, แอร์เบ ไลป์ซิก, ชาลเก้ 04 และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ส่วน “เสือเหลือง” รูดไปอยูที่ 8 มี 12 แต้ม หลังจากที่เก็บได้แค่ผลเสมอใน 3 เกมหลังสุด

– โซนท้ายตาราง : สามทีมน้องใหม่พร้อมใจกันอยู่ในโซนตกชั้น โดย พาเดอร์บอร์น ยังชนะใครไม่เป็น เพิ่งมีแค่คะแนนเดียว พร้อมรั้งอันดับสุดท้าย ขณะที่ อูนิโอน เบอร์ลิน กับ เอฟเซ โคโลญจน์ อยู่ที่อันดับ 16 และ 17 โดยมี 4 คะแนนเท่ากัน
    
    – ผลงานน่าผิดหวัง : บาเยิร์น กับ ดอร์ทมุนด์ อาจจะทำผลงานได้ต่ำกว่าที่คาด แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้าย เมื่อพิจารณาดูจากคะแนนที่เบียดกันมาก เพราะถ้าหากเก็บชัยชนะได้แบบติดๆ กัน พวกเขาก็คงจะได้กลับไปอยู่หัวตารางอีกครั้ง ส่วนทีมอื่นๆ ก็ถือว่าทำผลงานได้ตามศักยภาพของตัวเอง

– ดาวซัลโว :
        11 ประตู : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค)
        5 ประตู : ปาโก้ อัลกาเซร์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)  / ติโม่ แวร์เนอร์ (แอร์เบ ไลป์ซิก)
        4 ประตู : วูท เวกฮอร์สท์ (เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก) / เควิน โฟลลันด์ (ฮอฟเฟ่นไฮม์) / อามีน ฮาริต (ชาลเก้ 04) / มาร์โค รอยส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) / ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (ไฟร์บวร์ก) / รูเวน เฮนนิงส์ (ฟอร์ทูร่า ดุสเซลดอร์ฟ) / อลาสซาน เพลอา (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค)

* ลีก เอิง ฝรั่งเศส *
    – โซนบนตาราง : ถือเป็นภาพเดิมๆ ที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รั้งตำแหน่งจ่าฝูง โดยตอนนี้มี 21 คะแนน จากการลงแข่ง 9 นัด ส่วนอันดับสองถือว่าเซอร์ไพรส์ เมื่อ น็องต์ ก้าวขึ้นนาได้อย่างสุดยอด มี 19 คะแนน ทั้งๆ ที่เพิ่งทำได้แค่ 9 ประตูเท่านั้น!!! ส่วน อองเช่ร์ ก็ไม่ธรรมดา รั้งอยู่ที่อันดับสาม มี 16 แต้ม รองๆ ลงมาคือ ชิรงแดงส์ บอร์กโดซ์ (15 แต้ม), ลีลล์ (15 แต้ม), แร็งส์ (14 แต้ม) และ มงต์เปลลิเย่ร์ (14 แต้ม)

– โซนท้ายตาราง : กลุ่มโซนตกชั้นก็ตามศักยภาพเลย โดย เม็ตซ์ ทีมน้องใหม่ จมบ๊วยอยู่ในขณะนี้ มี 8 คะแนนเท่ากับ ดิฌง ทีมอันดับ 19 ขณะที่ ตูลูส รั้งอันดับ 18 มี 9 คะแนน
    
    – ผลงานน่าผิดหวัง : โอลิมปิก ลียง เป็นทีมที่ต้องพูดถึงอันดับแรก เพราะพวกเขาออกสตาร์ตสองเกมแรกด้วยการไล่ต้อน อาแอส โมนาโก (3-0) และ อองเช่ร์ (6-0) ทว่าหลังจากนั้น 7 เกม พวกเขาสะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็น (เสมอ 3 แพ้ 4) จนตอนนี้ตกไปอยู่ที่อันดับ 14 มีแค่ 9 คะแนนเท่านั้น แถมล่าสุดกุนซือ ชิลวินโญ่ ถูกเด้งเรียบร้อย ขณะที่ โอลิมปิก มาร์กเซย กับ อาแอส โมนาโก ก็น่าจะทำได้ดีกว่าการอยู่อันดับ 9 และ 16

– ดาวซัลโว :     
        7 ประตู : วิคเตอร์ โอซิมเฮน (ลีลล์)
        6 ประตู : มุสซ่า เดมเบเล่ (โอลิมปิก ลียง) / วิสซาม เบน เยดแดร์ (อาแอส โมนาโก) / ฮาบิ๊บ ดิยัลโล่ (เม็ตซ์)
        5 ประตู : ดาริโอ เบเนเด็ตโต้ (โอลิมปิก มาร์กเซย)