คาร์ริคติดลมบน, มองไกลอันดับ3! 5 ประเด็นแมนยูบุกชนะเอฟเวอร์ตัน ศึกพรีเมียร์ลีก

ไมเคิ่ล คาร์ริค ยังคงสร้างผลงานได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่องหลังนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเฉือนชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้ฟอร์มในเกมนี้อาจจะไม่ได้โดดเด่น แต่ก็ไม่เลวร้าย แถมการแก้เกมก็ทำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการส่ง เบนยามิน เชชโก้ ลงสนาม และสามารถสร้างความแตกต่างจนนำไปสู่ประตูชัย และทำให้ตอนนี้พวกเขาไม่ได้แค่ลุ้นเพียงอันดับสี่เท่านั้น อาจมีสิทธิ์ขยับขึ้นอันดับสามในเร็วๆ นี้ด้วย

1. ปรับแนวรับก่อนเกม

    หนึ่งในเรื่องที่ คาร์ริค ต้องแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าก็คือ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ มีปัญหาบาดเจ็บน่อง ทำให้ทีมจำเป็นต้องเลือกพักนักเตะเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน และส่ง เลนี่ โยโร่ ลงไปยืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกรว์ 

  สำหรับอาการบาดเจ็บดังกล่าวทีมแพทย์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุว่าเป็นปัญหาที่ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก แต่เลือกที่จะดรอป แนวรับชาวอาร์เจนไตน์ เพื่อไม่ให้อาการบาดเจ็บลุกลามใหญ่โต และคาดว่าเขาจะสามารถกลับมาซ้อมได้ในช่วงสัปดาห์นี้ 

    เหตุผลที่สาวก “เร้ด อาร์มี่” ค่อนข้างกังวลที่ “ปีศาจแดง” ไม่มี มาร์ตีเนซ คุมแนวรับ เพราะสถิติระบุชัดเจนว่าทีมชนะ 7 เกมจาก 18 แมตช์ตอนที่ไม่มีเขาลงสนาม แต่สามารถคว้าชัยชนะ 5 จาก 9 เกมเมื่อมีเจ้าตัวยืนเป็นตัวจริงในเกมรับ

2. กุนซือขรัวเฒ่ารู้วิธีเล่นงานแมนยู  

    เกมนี้ เดวิด มอยส์ แสดงให้หลายๆ ทีมได้เห็นแล้วว่าการสู้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ต้องเล่นแบบนั้น โดยเกมนี้ เอฟเวอร์ตัน แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถจัดการทีมเยือนแบบโงหัวไม่ขึ้นและเล่นไม่ออก

    มอยส์ วางแท็กติกด้วยการให้ลูกทีมเข้าบอลเร็วแทบทุกจังหวะ ไม่ให้นักเตะ “ปีศาจแดง” มีเวลาเพื่อคิดหรือวางบอล โดยเฉพาะแดนกลางที่มี บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นจอมทัพ เพราะหากเขาไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสได้ แนวรุกของทีมก็แทบไม่ได้สร้างปัญหาอะไรเลย

 ในช่วงครึ่งหลังจะเห็นได้ว่า เอฟเวอร์ตัน กดพวกเขาจนต้องไปตั้งรับในแดนตัวเอง และทำได้แค่รอจังหวะสวนกลับ ซึ่งถ้าหากลูกทีมของปู่มอยส์ ไม่ชะล่าใจจนแนวรับลอยสูงเกินไป อาจไม่เสียประตูก็ได้ 

    หลังจากที่โดนนำ 0-1 เอฟเวอร์ตัน สามารถครองเกม และสร้างโอกาสในการลุ้นทำประตูได้หลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่พวกเขาขาดความเฉียบคม ไม่อย่างนั้นเกมนี้ทีมอาจมีอะไรติดไม้ติดไม้ให้กับแฟนบอล “เอฟเวอร์โตเนี่ยน” ได้ชื่นใจบ้าง 

3. เชชโก้ หรือ โซลชา !?

    ตอนนี้ดูเหมือนว่า เบนยามิน เชชโก้ จะเริ่มกลายสภาพเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้าไปทุกที เพราะทุกครั้งที่เขาลงสนามเป็นตัวสำรอง มักจะสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เสมอ และเกมนี้ก็เช่นกัน

    ด้วยความหนุ่ม, ฟิต และเต็มไปด้วยความเร็ว แถมยังหาพื้นที่ว่างได้เก่ง นั่นเป็นคุณสมบัติชั้นยอดสำหรับ “ซูเปอร์ซับ” ที่จะลงมาเพื่อบดขยี้แนวรับคู่แข่งที่กำลังอ่อนแรงจากการใช้พลังงานไปเยอะ

    เชชโก้ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นนักเตะที่คุ้มค่าเงินที่ แมนฯ ยูฯ จ่ายให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก โดยคุณภาพในการจบสกอร์ที่เฉียบคมเมื่อได้จังหวะชี้เป็นชี้ตายเป็นสิ่งที่ “ปีศาจแดง” ต้องการอยางมาก และ ดาวยิงชาวสโลวีเนียได้มอบสิ่งนี้ให้กับพวกเขา 

    อย่างไรก็ตามประตูชัยในเกมนี้ต้องชื่นชน มาเตอุส คุนญ่า ที่มีวิสัยทัศน์ชั้นยอดในการเปิดบอลยาวให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ได้หลุดเข้าไปลุ้นทำประตู แต่ สตาร์ชาวแคเมอรูนเลือกส่งบอลให้ เชชโก้ จบสกอร์ ฉะนั้นนี่คือสามประสานแห่งอนาคตของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง 

4. อันดับ 4 ไม่พอลุ้นขึ้นอันดับ 3

    สถานการณ์ในการลุ้นท็อปโฟร์ กับท็อปไฟว์ น่าสนุกพอๆ กับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจริงๆ เพราะเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล สามารถทำแต้มเทียบเท่า แมนฯ ยู กับ เชลซี ได้แล้ว แต่ตอนนี้ “ปีศาจแดง” ทำคะแนนฉีกหนีไปอีกสามแต้ม

    แม้ฟอร์มของ คาร์ริค แอนด์ โค. จะไม่โดดเด่นแถมออกแนวน่าผิดหวัง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะนั่นทำให้พวกเขายังคงรั้งอันดับ 4 อย่างเหนียวแน่น พร้อมทำแต้มหนี เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ออกไปอีก

    อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจไม่ได้มองแค่อันดับ 4 เท่านั้น เนื่องจากตอนนี้พวกเขาห่างจาก แอสตัน วิลล่า อันดับ 3 เพียงแค่สามแต้มเท่านั้น และช่วงเวลานี้้ทัพ “สิงห์ผงาด” ฟอร์มสะดุด งานนี้มีสิทธิ์ที่จะเห็น “ผีแดง” ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ในเร็วๆ นี้ก็ได้

    แม้หลายคนจะมองว่าการได้อันดับสี่ หรือสาม มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันเพราะได้โควตาไปลุย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เหมือนกัน แต่มันมีเรื่องของรายได้ และความฮึกเหิมของนักเตะที่อยากจะยกระดับผลงานของทีมให้ดีขึ้นในฤดูกาลหน้า!!!

5. ถึงเวลา คาร์ริค ผงาดแล้ว !??

    ผลงาน 6 เกมไร้พ่ายแถมชนะ 5 เสมอ 1 แมตช์ ถือว่าเพอร์เฟกต์มากๆ และตอนนี้ชื่อของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กลายเป็นเต็งหนึ่งในใจของบรรดาแฟนผีโปรเจกต์ ที่อยากให้บอร์ดบริหารเลือกแต่งตั้งเขาทำหน้าที่กุมบังเหียนถาวร

    วลีเด็ด “ปลุกปีศาจต้องใช้ปีศาจ” กลับกระหึ่มในโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง เพราะผลงานของ คาร์ริค มันช่างโดดเด่นมากๆ ทั้งเรื่องฟอร์มการเล่น, ความกระหายของนักเตะ และการสู้ไม่ถอยจนกว่าจะหมดเวลา นี่คือ “ดีเอ็นเอ” ของ แมนฯ ยูฯ อย่างแท้จริง

    กระนั้นอาจมีสาวก “เร้ด อาร์มี่” บางคนยังรู้สึกหลอนๆ กับตอน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยู่บ้าง แต่หากมองจากกุนซือมีโปรไฟล์เด็ดๆ ที่เคยดึงมาทำงานไม่ว่าจะเป็น โชเซ่ มูรินโญ่, หลุยส์ ฟาน กัล หรือรายล่าสุด รูเบน อโมริม บทสรุปก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

    ด้วยเหตุนี้การลองเสี่ยงกับ คาร์ริค มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร และเชื่อว่าแฟนผีจำนวนมากอยากเสี่ยงกับบุรุษมาดขรึมคนนี้ !!!