
เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาล่าสุด “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีกาติดต่อกันเป็นสมัยที่ 7 พร้อมปิดฉากยุคทองของคู่หูปีกจรวด หลัง ฟรองค์ ริเบรี และ อาร์เยน ร็อบเบน โบกมืออำลาทีมไปเป็นที่เรียบร้อย เรามาดูกันว่าในฤดูกาลที่จะถึงนี้ทัพเสือใต้น่าจะมีหน้าตาอย่างไร…
ถือว่ากุนซือนิโก้ โควัช มีตัวให้เลือกใช้งานไม่น้อยเลยในซีซั่นใหม่ ก่อนอื่นคงต้องลองมองย้อนกลับไปในซีซั่นที่ผ่านมา เมื่อโควัชก้าวเข้ามากุมบังเหียนในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่าเป็นครั้งแรก เขาก็สามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าพอใจ ด้วยการพาบาเยิร์นเบียดแซงโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในโค้งสุดท้ายซิวแชมป์ลีกไปได้ โดยโควัชเริ่มจากระบบการเล่น 4-3-3 ก่อน จนกระทั่งเปลี่ยนไปใช้ระบบ 4-1-4-1 ในครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งในช่วง 12 เกมแรกของฤดูกาลนั้น บาเยิร์นเคยหล่นลงไปถึงอันดับที่ 5 บนตารางลีกเลยทีเดียว
บาเยิร์นใช้คู่หู “ร็อบเบรี” ยืนตำแหน่งปีก โดยมีโทมัส มุลเลอร์ กับ เลออน โกเร็ตซ์ก
ยืนเป็นตัวรุกคอยสนับสนุนหัวหอกอย่างโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
ส่วนติอาโก้ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวต่ำคอยยันเกมให้ทัพเสือใต้ ขณะที่ในแผงแบ็คโฟร์ประกอบไปด้วยโยชัว คิมมิช
นิคลาส ซือเล่อ เชโรม บัวเต็ง ดาวิด อาลาบา
และใช้มานูเอล นอยเออร์เป็นมือหนึ่งคอยเฝ้าเสา
ใน 12 เกมแรก บาเยิร์นพ่ายถึง 3 เกมและเก็บคลีนชีทได้เพียง 2 นัดเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โควัชต้องปรับแผนการเล่นมาเป็นระบบ 4-2-3-1 และนั่นทำให้บาเยิร์นกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้สำเร็จ แพ้เพิ่มอีกเพียงนัดเดียว แต่เอาชนะคู่แข่งได้ถึง 10 นัด
จุดสำคัญที่ทำให้เกมของบาเยิร์นดีจากหน้ามือเป็นหลังมือก็คือการเติมสมดุลย์ในแผงมิดฟิลด์ โควัช ดึง โกเร็ตซ์กา ลงมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวต่ำคู่กับ ติอาโก้ ซึ่งกลับกลายเป็นผลดีทั้งกับเกมรับและเกมรุก โดยเฉพาะแนวรุกทั้ง 4 คนสามารถเล่นเกมบุกได้อย่างอิสระและลื่นไหลมากยิ่งขึ้น
แถมการที่โกเร็ตซ์กาลงมายืนต่ำก็ทำให้เจ้าตัวโชว์ฟอร์มดีขึ้นผิดหูผิดตา กดไป 6 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ทั้งที่ในครึ่งฤดูกาลแรกเขายิงได้เพียง 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก
กาบี มาร์ติเนซ กลายมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่เล่นเข้าขากับติอาโก้ได้เป็นอย่างดีในช่วงท้ายฤดูกาล แถมแซร์จ นาบรี้ และ คิงส์ลีย์ โกม็อง ก็สามารถก้าวเข้ามาเป็นตัวหลักในตำแหน่งปีกแทนร็อบเบนและริเบรีก่อนที่ทั้งสองคู่หูจะปิดตำนานไป จนส่งผลให้เลวานดอฟสกี้เองก็อัพเลเวลของตัวเองขึ้นมาได้ด้วย จากอัตราการยิงประตูที่ 0.58 ประตูต่อเกมในครึ่งฤดูกาลแรกขึ้นมาเป็น 0.68 ประตูต่อเกมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังเลยทีเดียว
5 คนที่กล่าวถึงข้างต้นน่าจะสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในเกมเปิดฤดูกาลบุนเดสลีกาซีซั่นใหม่ที่บาเยิร์นจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของแฮร์ธ่า เบอร์ลินในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ แต่นักเตะทั้งหมดก็คงจะไม่ได้ผูกขาดตำแหน่งตัวจริงเสมอไป เพราะบาเยิร์นยังมีกองทัพนักเตะฝีเท้าดีอยู่ในลิสต์อีกมากมาย ทั้งฟีเท่อ อาร์พ ตัวรุกที่ย้ายมาจากฮัมบวร์ก อัลฟอนโซ่ เดวีส์ ปีกตัวเก่ง เรนาโต้ ซานเชส มิดฟิลด์ที่พยายามหาโอกาสเบียดขึ้นมาลงเล่นให้ได้มากขึ้น หรือโกร็องแต็ง โตลิซโซ่ แข้งดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 ที่หายเจ็บกลับมาพร้อมลุยหลังได้โอกาสลงเล่นเพียง 52 นาทีในซีซั่นก่อน
ส่วนกองกำลังในแนวรับมีคนใหม่ที่น่าสนใจได้แก่ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ อีกหนึ่งแข้งแชมป์โลก 2018 ที่ย้ายมาจากชตุทท์การ์ท และลูก้า แอร์กน็องเดซ ที่ย้ายมาจากแอธเลติโก มาดริด ซึ่งทั้งสองคนจะเข้ามาช่วยอุดรูรั่วหลังบาเยิร์นต้องเสีย มัทส์ ฮุมเมิลส์ ให้กับคู่แข่งตัวฉกาจอย่างดอร์ทมุนด์
แม้ ลูก้า แอร์กน็องเดซ จะเป็นนักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดคนหนึ่งในยุโรป แต่ก็น่าจะต้องแบกรับความกดดันและความคาดหวังค่อนข้างสูงทีเดียวในการมาแทนที่กองหลังเยอรมันคุณภาพสูงอย่างฮุมเมิลส์วัย 30 ปีที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกามาแล้วถึง 6 สมัย โดย ลูก้า แอร์กน็องเดซ อายุเพิ่งจะ 23 ปีเท่านั้น
แต่ก็ช่วยแอธเลติโก มาดริดเก็บคลีนชีทถึง 8 ครั้งและเสียเพียง 8 ประตูจากการลงเล่น 14 เกมในลาลีกาฤดูกาลก่อน
แม้ว่าทั้ง ลูก้า แอร์กน็องเดซ และ ปาวาร์ ต่างก็ถนัดยืนตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค แต่ทั้งคู่ก็สามารถขยับไปเล่นแบ็คซ้ายหรือขวาได้ด้วย โดยเฉพาะเมื่อฟูลแบ็คอย่าง คิมมิช และ อาลาบา ถูกขยับเข้าไปเล่นตรงกลางมากขึ้นแล้ว การจัดตัวนักเตะในแนวรับของโควัชจึงมีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูงทีเดียว
ในฤดูกาลที่จะถึงนี้ เราน่าจะได้เห็นโควัชโยกคิมมิชเข้าไปเล่นตรงกลางเช่นเดียวกับที่โยอาคิม เลิฟ ทำในทีมชาติเยอรมนีในช่วงที่ผ่านมา อย่างที่ฟิลิปป์ ลาห์มเคยกล่าวว่าคิมมิชควรจะยืนตรงกลางมากกว่าซึ่งจะเป็นผลดีในระยะยาวกับทั้งสโมสรและทีมชาติ ส่วนในตำแหน่งแบ็คขวานั้น เสือใต้มีปาวาร์ แข้งระดับเวิลด์คลาสที่พร้อมจะเข้ามาทดแทนได้อยู่แล้ว
สรุปโดยรวมแล้วก็คือในตอนนี้บาเยิร์นมีความยืดหยุ่นในการจัดทัพนักเตะสำหรับฤดูกาลใหม่ค่อนข้างสูง หมายถึงเราอาจได้เห็นโควัชปรับและทดลองทีมไปในหลายๆ รูปแบบตามโอกาส ซึ่งจะเอื้อต่อตารางการแข่งขันที่ค่อนข้างแน่น ทั้งเกมลีกในประเทศและในเวทียุโรป รวมถึงปัญหาอาการบาดเจ็บและการติดโทษแบนของนักเตะที่คาดเดาไม่ได้
บาเยิร์นยังมีเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทัพนักเตะก่อนปิดตลาด แต่ความจริงพวกเขามีกองทัพนักเตะคุณภาพเหลือใช้อยู่ในมือแล้ว และพร้อมจะลงลุยศึกเพื่อป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาอีกสมัยแบบไม่มีอะไรต้องพะวงทั้งนั้น



