“เดอะ ฟ็อกซ์”มุ่งมั่น,”หงส์แดง” ฮึกเหิม! 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดวล เลสเตอร์

ลิเวอร์พูล กลับมาสู่เป้าหมายสำคัญนั่นก็คือการลุ้นความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยพวกเขามีคิวต้องออกไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วง “บ็อกซิ่ง เดย์” วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคมนี้ โดยแมตช์นี้มีความหมายกับทั้ง 2 ทีมมากๆ เพราะหากใครได้ 3 คะแนน ย่อมส่งผลต่อการลุ้นแชมป์เลยทีเดียว”หงส์แดง” อาจจะมีอาการเพลียอยู่บ้างเนื่องจากเดินทางไกลมาจากตะวันออกกลาง แม้จะได้พักร่างกาย 2-3 วันก็ตาม แต่ในเกมนี้ เลสเตอร์ คงเปิดฉากบดขยี้จ่าฝูงเต็มสูบ ฉะนั้นบรรดาแข้ง “เดอะ เร้ดส์” ต้องฟิตเต็มสูบไม่งั้นอาจจะมีอาการเป๋ช่วงท้ายเกมได้ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ต้องระวัง เจมี่ วาร์ดี้ ให้ดีๆ เพราะหัวหอกรายนี้นิยมชมชอบการยิงประตูพวกเขาเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ก็คาดหวังที่จะชนะในแมตช์นี้เช่นกัน เพราะหากคว้า 3 คะแนนได้ จะทำให้ทีมฉีกหนี “เดอะ ฟ็อกซ์” ออกไปไกลถึง 13 คะแนน และยังแข่งน้อยกว่า 1 นัดด้วย 1. แข้งเจ็บระนาวสถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้ทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ค่อนข้างเครียดกันเลยทีเดียว เมื่อพวกเขาต้องเพิ่มรายชื่อนักเตะเจ็บอีก 1 รายได้แก่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งบาดเจ็บที่เส้นเอ็นข้อเท้า จากการช่วย “หงส์แดง” คว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอาการเดี้ยงของ แชมเบอร์เลน ทำให้เขาไม่สามารถช่วยในช่วงที่เหลืออยู่ของปี 2019 แน่นอนตอนนี้แผงกองกลางของ “เดอะ เร้ดส์” คงต้องใช้งาน เจมส์ มิลเนอร์ หรือไม่ก็ อดัม ลัลลาน่า ที่จะได้ยืนร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ นาบี เกอิต้า ส่วน จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อ มีข่าวว่าฟิตแล้วแต่ต้องลุ้นว่าพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ไหมเมื่อเช็ครายชื่อแข้งเดี้ยงของ ลิเวอร์พูล ในเวลานี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเลยทีเดียวทั้ง โฌแอล มาติป (บาดเจ็บเข่า) กับ เดยัน ลอฟเรน (ต้นขา)  ยังคงต้องทำการฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่อง ส่วน ฟาบินโญ่ (เจ็บข้อเท้า) คงต้องรอลุ้นว่าจะกลับมาได้ในช่วงก่อนปีใหม่หรือไม่ขณะที่ นาธาเนียล ไคลน์ ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายในช่วปรีซีซั่น จนถึงปัจจุบันก็ยังต้องอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายต่อไป ฉะนั้นนี่เป็นจุดสำคัญของ คล็อปป์ ที่จะต้องจัดวางผู้เล่นให้เหมาะสม เพราะเกมนี้บอกเลยว่า เลสเตอร์ หวังทุ่มสุดตัวเพื่อคว้าชัยชนะให้ได้ 2. แนวรุกเต็มสูบ  เกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุบ เลสเตอร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความหมายกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก เพราะนั่นหมายความว่า “เดอะ ฟ็อกซ์” ยังคงตามหลังพวกเขาถึง 10 คะแนนแถมยังแข่งมากกว่า 1 นัด ฉะนั้นนี่ถือเป็นเรื่องได้เปรียบอย่างมากสำหรับ “หงส์แดง” ที่จะทำแต้มฉีกหนี แม้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเคยออกมาพูดแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ระบบโรเตชั่นเนื่องจากทีมมีโปรแกรมแน่นเอี๊ยดโดยเฉพาะในช่วง “บ็อกซิ่ง เดย์” แต่สำหรับแมตช์เยือนถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม แน่นอนว่า กุนซือหน้าเปื้อนยิ้ม หวังเต็มสูบที่จะเก็บ 3 คะแนนให้ได้ ฉะนั้นเขาคงเลือกจัดแนวรุก 3 ประสานแบบไม่มีกั๊กด้วยการส่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงสนามเพื่อหวังกระซวกคู่แข่งเต็มที่หากเกมนี้ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะได้นั่นจะทำให้พวกเขาทำคะแนนทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ 13 คะแนนเลยทีเดียว แถมยังมีเกมอยู่ในมืออีก 1 แมตช์ ฉะนั้นนี่ถือเป็นหนึ่งในเกมสำคัญมากๆ สำหรับ “เดอะ เร้ดส์” และการโรเตชั่นทีมคงจะใช้ในแมตช์ต่อไปที่พบกับ  วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สนามแอนฟิลด์ทั้ง 2 เกมเจมี่ วาร์ดี้ ในวัย 32 ปียังคงอันตรายอยู่เสมอ โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ การได้ทำงานร่วมกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือที่เน้นเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งทำให้เขาระเบิดศักยภาพในการยิงประตูมากยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกเลยที่ คล็อปป์ ต้องออกโรงเตือนลูกทีมระมัดระวังแข้งรายนี้เอาไว้ให้ดีๆสถิติที่โดดเด่นของ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ก็คือเป็นนักเตะที่ชอบยิงประตูใส่ลิเวอร์พูล โดยเจ้าตัวตะบันใส่ “หงส์แดง” ไปแล้ว 7 ประตูในพรีเมียร์ลีก เป็นรองแค่ แอนดี้ โคล (11 ประตู) และ เธียร์รี่ อองรี (8 ประตู) ที่ซัดใส่ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ ส่วนฟอร์มการเล่นของ วาร์ดี้ ในฤดูกาลนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะตอนนี้เจ้าตัวซัดไปแล้ว 17 ประตูนำเป็นดาวซัลโวสูงสุด ทิ้งห่าง ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง, แทมมี่ อบราฮัม และ แดนนี่ อิงส์ ถึง 6 ประตู โดยหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ วาร์ดี้ ยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องมาจากการขับเคลื่อนแดนกลางของ เจมส์ แมดดิสัน ดังนั้นนี่คือนักเตะมีรายที่แข้ง “เดอะ เร้ดส์” ห้ามปล่อยให้เล่นบอลได้ง่ายๆ เด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะโดนทีเด็ดของเขาได้ในเกมที่ เลสเตอร์ แพ้ แมนฯ ซิตี้ สิ่งหนึ่งที่น่ากลัวมากๆ ก็คือ “สุนัขจิ้งจอก” มีจังหวะสวนกลับที่อันตรายมากๆ ขณะที่ความเร็วของ วาร์ดี้ อาจจะเล่นงาน โจ โกเมซ ได้สบายๆ ดังนั้นสิ่งที่ คล็อปป์ ควรเน้นย้ำกองหลังก็คือห้ามชะล่าใจขยับขึ้นมาสูงเกินไป ไม่งั้นโดนเหมือน “เรือใบสีฟ้า”แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ แต่พวกเขาก็ต้องเจอกับปัญหาในเรื่องสภาพร่างกาย เมื่อต้องใช้เวลาในการเดินทางจากตะวันออกกลางมายังประเทศอังกฤษค่อนข้างนาน ถึงจะได้พักร่างกาย 2-3 วันก็ตาม แต่ก็อาจจะมีผลกระทบในเรื่องสภาพความฟิต เมื่อต้องลงเล่นในเกมที่ค่อนข้างเข้มข้นดังนั้น คล็อปป์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมขุมกำลังให้พร้อมทั้ง 11 ตัวจริง และแข้งสำรอง ที่จะต้องมีร่างกายฟิตสมบูรณ์เมื่อถึงเวลาที่ทีมจำเป็นต้องส่งลงสนาม เพราะงานนี้ เลสเตอร์ คงหวังที่จะเปิดฉากบุกบดขยี้เพื่อให้ “หงส์แดง” เต็มสูอย่างไรก็ตามสิ่งที่จะทำให้ ลิเวอร์พูล ได้เปรียบเจ้าบ้านก็คือ “กำลังใจ” ที่ฮึกเหิม เมื่อพวกเขาเป็นสโมสรแรกในอังกฤษที่คว้าแชมป์สโมสรโลก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบปฏิทินเดียว ฉะนั้นเรื่องหัวจิตหัวใจทัพ “เดอะ เร้ดส์” ไม่เป็นสองรองใคร ส่วนเรื่องสภาพร่างกายคงต้องรอดูว่าจะมีผลอะไรไหมในแมตช์นี้“เรามีเป้าหมายที่จะลงสนามเพื่อสู้อย่างเต็มที่เหมือนที่เราเคยทำมาตลอเพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ และพยายามทำงานร่วมกันระหว่างการสู้ และเสียงที่ดังสนั่นจากอัฒจันทร์ ที่พร้อมจะเล่นงานเราในแมตช์นี้แน่นอน “ดังนั้น คิง เพาเวอร์ เป็นสนามที่น่าเหลือเชื่อ แน่นอนว่าเราต้องสู้อย่างเต็มที่ในสนาม ถ้าเราได้แรงสนับสนุนอย่างน่าเหลือเชื่ออย่างที่เราเคยได้รับ แน่นอนว่าเราสามารถที่จะคาดหวังการได้ผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมก็เป็นได้ นอกจากนี้เราจะต้องพยายามหยุดเขา (เจมี่ วาร์ดี้) ให้ได้”“เขาเป็นหนึ่งใน 3 กองหน้าในอังกฤษที่ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ผมมาทำงานที่นี่ มันยากเสมอในการป้องกันเขา เราจะต้องพยายามตัดการผ่านบอลมาถึงเขา นั่นเป็นสิ่งที่เราจะพยายาม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำงานของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้พวกเขาเป็นทีมชั้นนำ และมีคุณภาพสุดๆ”“เราเคยมีเกมที่ดีเยี่ยมที่แอนฟิลด์ ตอนที่สู้กับพวกเขาเมื่อต้นซีซั่น แน่นอนว่าเราเล่นเกมรับได้ดีเยี่ยม แต่เราควรจะได้ผลเสมอในเกมนั้น ผมคิดว่ามันมีการผสมผสานทุกอย่าง คุณต้องเล่นให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุดในเกมของคุณ แน่นอนว่าเราได้เล่นในบ้าน ดังนั้นความมุ่งมั่นของแฟนบอลสามารถช่วยเราได้” “เมื่อมีโอกาสเข้ามา คุณต้องฉกฉวยโอกาสเหล่านั้นให้ได้ และต้องเล่นเกมรับให้ดี ดังนั้นมุมมองในเกมนี้ก็คือคุณจำเป็นต้องเล่นในระดับสูง และนั่นคือสิ่งที่เราต้องเป้าหมายที่จะทำให้ได้ เกมนี้สิ่งแรกก็คือการคว้า 3 คะแนนให้ได้ คุณรู้ว่าพวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง พวกเขาแสดงให้เห็นว่าถ้าพวกเขาเล่นไม่ดีพวกเขาก็ยังได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ” “นั่นเป็นสัญลักษณ์ของทีมที่มาพร้อมกับสภาพจิตใจแห่งชัยชนะ โดยเฉพาะเมื่อมีการเล่นที่คงเส้นคงวาด้วย ขณะเดียวกันคุณอยากที่จะเป็นทีมที่เอาชนะพวกเขาให้ได้ สำหรับเรามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสถิติ แต่เป็นการเก็บ 3 คะแนนให้ได้”