ในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สามารถพิชิตคู่แค้นแสนรักอย่าง ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเสียที หลังจากที่ไม่ชนะมานานติดต่อกันถึง 8 นัด แถมแพ้รวดมา 3 เกม โดยเสียไปตูดบานถึง 13 ประตู
1.ก่อนอื่นอยากให้ดูการจัดตัวผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม เฉพาะอย่างยิ่ง เอริค เทน ฮาก เนื่องจากมันเป็นกุญแจสำคัญดอกแรกในชัยชนะนัดนี้
หลังแพ้แบบหมดสภาพมาใน 2 เกมแรก กุนซือชาวดัตช์ปรับทัพใหม่หลายตำแหน่ง
แผงหลังตัดสินใจดร็อปกัปตันทีมอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ออกไปเลย เพราะทั้งเชื่องช้าและซุ่มซ่าม
ราฟาแอล วาราน ได้ลงตัวจริงคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ขณะที่แบ็คซ้ายตัวใหม่อย่าง ไตเรลล์ มาลาเซีย ได้ลงตัวจริงแทน ลุค ชอว์
แดนกลาง สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ ปักหลักเป็นตัวรับเคียงข้างตัวขับเคลื่อนเกมอย่าง คริสเตียน เอริคเซ่น โดยที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังคงสวมบทหมายเลข 10 เหมือนเดิม
กองหน้าขยับเอา มาร์คัส แรชฟอร์ด ขึ้นไปเล่นหัวหอกตัวเป้า ขนาบข้างด้วย เจดอน ซานโช่ กับ แอนโธนี่ อีลันก้า
นั่นหมายความว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต้องวางตูดอยู่บนม้านั่งสำรอง
ดูจากการจัด 11 ตัวจริงก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่า เอริค เทน ฮาก วางแผนให้ลูกทีมเล่นเกมรับรัดกุม แล้วรอสวนกลับ เพราะวางหน้าที่มีความเร็วและสดทั้ง 3 ตัว
ส่วน ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยสมประกอบสักเท่าไหร่ เพราะปราศจากปราการหลังตัวหลัก 2 คนจนต้องเอา โจ โกเมซ เล่นแทน
ตรงกลางก็ไม่มี ติอาโก้ อัลคันตาร่า แถม ฟาบินโญ่ ก็ดูล้าๆ เลยต้องถอย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาเล่นมนตำแหน่งหมายเลข 6
แดนหน้า โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ หายเจ็บกลับมาลงแทน ดาร์วิน นูนเญซ ที่ติดโทษแบน ขนาบด้วย โม ซาล่าห์ กับ ลุยส์ ดิอาซ
แม้จะเป็น 11 ตัวจริงที่ไม่เต็มสูบ แต่ก็ยังมีชาติตระกูลสูงกว่า ไบรท์ตัน กับ เบรนต์ฟอร์ด นะจ๊ะ
2.กลยุทธ์ของ เอริค เทน ฮาก ในเกมนี้คือการปิดจุดแข็งของหงส์แดงโดยเฉพาะ
นอกจากจะบีบขึ้นสูงแล้วพุ่งเข้าหาบอลเร็ว สิ่งที่ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมเห็นคือผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด จับคู่ประกบคู่แข่งแบบตัวต่อตัวประหนึ่ง…วิญญาณตามติด
เริ่มจากหน้าต่ำอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่จะขึ้นไปยืนชิดกับตัวตั้งเกมตรงกลางของ ลิเวอร์พูล อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
แบ็คซ้ายและแบ็คขวาก็จะตามติด โม ซาล่าห์ กับ ลุยส์ ดิอาซ ในรูปแบบของการล่ามโซ่
เท่านั้นไม่พอ
แอนโธนี่ อีลันก้า และ เจดอน ซานโช่ ก็ต้องบีบ เทรนต์ เอเอ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไม่ให้ขึ้นมาเติมเกมรุก ก่อนถอยลงมาช่วยฟูลแบ็คจัดการกับ โม ซาล่าห์ กับ ลุยส์ ดิอาซ อีกแรง !!!
เจอแท็คติกนี้เข้าไป (จริงๆ มันก็คือแท็คติกที่พวกเขาเจอเป็นประจำนั่นแหละ) ลิเวอร์พูล ก็มีปัญหาอีกแล้ว
ดิโอโก้ ดาโลต์ ใช้วิธีหวดทะลุดาร์กแทบทุกดอกที่ต้องดวลกับปีกจรวดโคลอมเบีย ขณะที่ ไตเรลล์ มาลาเซีย ตาม “บังโม” แบบไปไหน กูไปด้วย
ผลก็คือ ลุยส์ ดิอาซ ลากเลื้อยไม่ออก ขณะที่ดาวเตะอียิปต์ถูกลักพาตัวหายไปเลย
3.นอกจากนี้ ผู้เล่นพันธุ์อสูรยังเล่นเหมือนถูกฉีดคาราบาวแดงและกระทิงแดงเข้าเส้นเลือดพลางเคี้ยวใบกระท่อมก่อนลงแข่ง
พวกเขาพุ่งเข้าบดบี้เร็วทุกจังหวะจน ลิเวอร์พูล ขับเคลื่อนเกมของตัวเองไม่ถนัด
ต่อเมื่อได้บอลจะพยายามจู่โจมเร็ว ไม่เคาะบอลไปมาให้มากจังหวะจนกดให้ผู้มาเยือนต้องตกเป็นฝ่ายรับตลอด 20 นาทีแรก แถมชิงจังหวะขึ้นนำก่อนได้สำเร็จ
ประตูนำ 1-0 มาจากการเข้าทำที่มีระบบแล้วนะครับ เมื่อแอนโธนี่ อีลันก้า ทำชิ่ง 1-2 กับดาวเตะพันธุ์โคนม ก่อนจ่ายให้ เจดอน ซานโช่ ดึงบอลหนีคู่แข่งแล้วบรรจงยิงอย่างเยือกเย็น
มิหนำเริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ใช้จังหวะโต้กลับฉับพลันทำประตูทิ้งห่าง 2-0
4.อย่างไรก็ตาม
กลยุทธ์การเล่นแบบนี้มันสิ้นเปลืองพลังงานอย่างจงหนักจน แมนฯ ยูไนเต็ด ออกอาการแผ่ว ทั้งในช่วงท้ายครึ่งแรก และหลังจากนำห่างเป็น 2-0
ยังดีที่แผงแบ็คโฟร์ของปีศาจแดงเล่นได้ไฉไลไม่ว่าจะเป็นฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้าง และคู่ปราการหลังตัวกลางที่ไม่พลาดง่ายๆ และโง่ๆ เหมือนเก่า
ตรงกลาง “แม็คทอม” เหมือนตัวพิเศษที่คอยเข้าปะทะเวลาคู่แข่งหลุดทะลุเข้ามา ใครว่าเขาเล่นไม่ดี ผมขอเถียงหน่อยก็แล้วกันว่าช่วยได้เยอะ
เช่นเดียวกับ “บรูโน่” ที่ดูน่ารำคาญ แถมเกือบทำให้ทีมเสียประตูถึง 2 จังหวะ แต่โดยรวมถือว่ามีประโยชน์
เหนือสิ่งอื่นใดคือ เอริค เทน ฮาก ที่นอกจากจะจัดตัวได้เหมาะสม และวางแผนกำราบหงส์แดงได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ยังกระชากความคึกคะนองออกมาจากตัวลูกทีมได้อีกด้วย
5.ถ้าบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นได้ไฉไลเกินคาด ก็คงต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล เล่นผิดฟอร์ม และต่ำกว่ามาตรฐานอีกนัด
เกมเพรสซิ่งของหงส์แดงอ่อนแรงลงไปอย่างเห็นได้ชัด
เกมรับที่ชอบลอยขึ้นสูงตามสไตล์ของตัวเองยังคงเสียประตูอย่างต่อเนื่อง
ขนาด เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ช่วยเอาไว้เยอะก็ยังมิวายโดนกะซวก
ขณะเกมรุก เมื่อไร้กองหน้าขนานแท้อย่าง ดาร์วิน นูนเญซ พลังในการบุกก็ดูจะฝืดๆ ไปจนทำให้ เดอะ ค็อป โหยหาถึง ซาดิโอ มาเน่
ชัยชนะในการศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งนี้น่าจะช่วยให้พลพรรคปีศาจแดงยุคกำลังสร้างใหม่มีความมั่นใจมากขึ้นนะครับ
สำหรับ ลิเวอร์พูล
แม้นฟอร์มการเล่นจะดูแปลกๆ ไม่ทรงพลังอย่างแรงในจังหวะโลหะมรณะเหมือนเก่า
แต่กว่าจะยัดเยียดความปราชัยให้พวกเขาก็แทบจะรากแตกรากแตนเช่นกัน



