กองหน้ายิงสลุต!ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 4

ทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์นี้ เต็มไปด้วยผู้เล่นจากทีมชั้นนำ ไม่ว่าจะ แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล หรือ อาร์เซน่อล ขณะที่ทีมน้องใหม่ก็มีติดมาเช่นกันแม้ทีมทีมนั้นจะแพ้มาก็ตาม

ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน (ฟอเรสต์)

มีผู้รักษาประตูไม่กี่คนที่ไม่ได้เก็บคลีนชีต ผลงานทีมก็แพ้ แต่ยังก้าวขึ้นมาติดทีมยอดเยี่ยม

นอกเหนือจากการป้องกันลูกจุดโทษของ แฮร์รี่ เคน แล้ว เฮนเดอร์สัน ยังทำหน้าที่ยอดเยี่ยม มีอิทธิพลต่อเกมรับ “เจ้าป่า” สูงมาก

 

กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล)

สับไกเบิกสกอร์แรกของตัวเองในซีซั่นนี้อย่างสุดสวย แถมยังมีส่วนร่วมกับประตูอีกสองลูกทั้งในจังหวะที่ คริส เมแฟม สกัดบอลเข้าประตูตัวเอง และลูกที่เปิดข้ามฟากให้ คอนตาส ซิมิกาส ส่งต่อให้ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ กระทุ้งเม็ดที่ 8

กองหลัง : ลิซานโดร มาร์ติเนซ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า รูปร่างขนาดตัวไม่ใช่ปัญหาในการรับมือแนวรุกของทีมใน พรีเมียร์ลีก

สถิติในเกมบุกโบสถ์นักบุญของ “ลิซ่า” คือ เลี้ยงบอลสำเร็จ 100%, สัมผัสบอล 61, ครั้งผ่านบอล 48, ครั้งเคลียร์บอล 7 ครั้ง, ชนะลูกกลางอากาศ 100% (5/5), ตัดบอล 4 ครั้ง

กองหลัง : ติอาโก้ ซิลวา (เชลซี)

ในวัย 37 ปี ติอาโก้ ซิลวา แบกเกมรับของ “สิงห์บลูส์” ไว้บนบ่าทั้งสองข้าง ท่ามกลางสถาการณ์ตัวผู้เล่นตกเป็นรองตั้งแต่นาทีที่ 28

แนวรับทีมชาติบราซิล เข้าปะทะจังหวะสำคัญ ๆ ได้ถึง 5 ครั้ง และยังเคลียร์บอลพ้นเขตอันตรายอีก 4 หน รวมถึงบล็อคลูกยิงอีก 2 ครั้ง

กองหลัง : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล)

ไม่ได้เจองานยากอะไรในการรับมือ บอร์นมัธ แต่ก็โชว์ความแข็งแกร่งในการดวลลูกกลางอากาศ ซึ่งรวมถึงการขึ้นโขกทำประตูช่วงท้ายครึ่งแรก

กองกลาง : แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แมนฯ ซิตี้)

หนึ่งในคนที่ผลงานเจิดจรัสสุดที่สนาม เอติฮัด ขณะที่เรื่องอนาคตยังไม่แน่นอน แต่สิ่งที่ผลบนฟลอร์หญ้าคือความทุ่มเท และยอดเยี่ยม

กองกลาง : หลุยส์ ดิอาซ (ลิเวอร์พูล)

แม้ไม่ได้โชว์ลีลาลากเลื้อยเหมือนที่ผ่านมา แต่การจบสกอร์นับว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมจากลูกโขกทั้งสองประตู

กองกลาง : มาร์ติน โอเดการ์ด (อาร์เซน่อล)

LONDON, ENGLAND – AUGUST 27: Martin Odegaard of Arsenal celebrates victory following the Premier League match between Arsenal FC and Fulham FC at Emirates Stadium on August 27, 2022 in London, England. (Photo by Paul Harding/Getty Images)

ทุกการสัมผัสบอลแต่ละครั้ง กัปตันปืนใหญ่ ทำได้เนียนตาตลอด เป็นคนสำคัญที่พาทีมรอดตัวจากสถานการณ์ที่ตกเป็นรองได้

กองหน้า : ราฮีม สเตอร์ลิง (เชลซี)

45 นาทีแรกนับว่าเป็นงานยากของ สเตอร์ลิง เหลือเกิน ทว่าในช่วงครึ่งหลัง เจ้าตัวใช้โอกาสไม่เปลืองเพื่อทำทั้งสองประตูที่พา “สิงห์บลูส์” 10 ตัวเอาชนะ เลสเตอร์ ไปได้

กองหน้า : โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ลิเวอร์พูล)

คืนฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ มีส่วนร่วมกับประตูถึง 5 ลูกจากการทำ 2 ประตู และอีก 3 แอสซิสต์ ซึ่งทำให้ตัวเลขสอยตาข่ายในสีเสื้อ “หงส์แดง” ของเขาทะยานแตะเลข 3 หลักไปแล้วเรียบร้อย

กองหน้า : เออร์ลิง ฮาลันด์ (แมนฯ ซิตี้)

ชั่วโมงแรกของเกมค่อนข้างเล่นได้แย่พอควร แต่หลังจากนั้น ฮาลันด์ แสดงให้เห็นถึงความเป็นกองหน้าหมายเลข 9 ที่อยู่ถูกที่ถูกจังหวะบริเวณหน้าประตู กดแฮตทริกพา ซิตี้ พลิกเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 4-2