เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันเมื่อวันจันทร์ที่ 10 เมษานที่ผ่านมาว่า ได้แต่งตั้ง ดีน สมิธ ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม “จิ้งจอกสยาม” จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้
อดีตนายใหญ่ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า และ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ จะเข้ามาทำหน้าที่แทน เบรนดอน ร็อดเจอร์ ซึ่งถูกไล่ออกเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนำทีมตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น
สำหรับ สมิธ มีภารกิจสำคัญในการช่วย เลสเตอร์ ให้ทำผลงานให้ดีที่สุดในช่วง 8 เกมสุดท้ายของฤดูกาล 2022/2023 และรอดพ้นจากการหล่นไปเล่นในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2014
แถลงการณ์ของ “เดอะ ฟ็อกซ์” ระบุว่านอกจาก สมิธ จะทำหน้าที่เป็นกุนซือแล้ว พวกเขาจะได้กลับมาร่วมงานกับ เคร็ก เช็คสเปียร์ อดีตนายใหญ่ของทีม และ จอห์น เทอร์รี่ ตำนานกองหลังกัปตันทีมเชลซี
“การแต่งตั้งครั้งนี้จะทำให้เราได้เห็นการกลับมาของ เคร็ก เช็คสเปียร์ อยู่ในซุ้าม้านั่งสำรองของ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้ง นอกจากนี้ทีมสตาฟฟ์โค้ชยังมี จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษด้วย” แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ
ขณะเดียวกัน สมิธ ยอมรับว่ามีความสุขมากๆ ที่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญนี้ “ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้รับโอกาสให้คุมทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ความท้าทายที่อยู่ตรงหน้าเรามันชัดเจนมากๆ แต่มันเคยเป็นท้าทายที่ผมกับทีมโค้ชของผมเคยมีประสบการณ์มาก่อน”
“ด้วยคุณภาพของขุมกำลัง และจำนวนเกมที่เหลืออยู่ ยังมีโอกาสที่จะประสบการณ์สำเร็จ งานแรกของเราก็คือการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาสู่ทีม และผมตั้งตาคอยที่จะได้ทำงานร่วมกับนักเตะทุกคนในสัปดาห์นี้”
สำหรับเกมแรกในการทำงานของ สมิธ ก็คือนำ “เดอะ ฟ็อกซ์” ดวล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์ที่ 15 เม.ย.นี้ จากนั้นต้องดวลกับ วูล์ฟส์, ลีดส์, เอฟเวอร์ตัน, ฟูแล่ม, ลิเวอร์พูล, นิวคาสเซิ่ล และตบท้ายพบ เวสต์แฮม
“วันเสาร์นี้จะเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ แต่มันเป็นโอกาสที่จะเตือนเราทุกคนถึงความหมายของการเป็นสโมสรในพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นการแข่งขันบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพร้อมกับต้องสู้กับนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก”
“ผมรู้ว่าเราจะได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากแฟนบอลที่เดินทางไปให้กำลังใจเรา เราต้องเชื่อมโยงกับสิ่งนั้น และทำให้พวกเขาได้เห็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเพื่อให้พวกเขาภาคภูมิใจ เราจะไปที่นั่นพร้อมกับแนวคิดด้านบวก และคาดหวังที่จะเก็บคะแนนให้ได้” สมิธ ร่ายยาว



